Featured

    Featured Posts

"อย่าๆแป้งกลัวแล้ว"(โดนรุมโทรม)

เรื่องเสียว "อย่าๆแป้งกลัวแล้ว"(โดนรุมโทรม)
เช้าวันแรก ของการเริ่มต้นเปิดเทอมใหม่ของแป้ง เธอรู้สึกตื่นเต้นมาก วันนี้แล้วสินะที่เธอจะได้ขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเองแบบ เพื่อนๆบ้าง แป้ง เธอเป็นเด็กสาววัย 15 ลูกสาวคนเดียวของนายแพทย์ชื่อดัง ด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเดียวผู้เป็นพ่อแม่จึงห่วงใยมาก ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กจนโตเวลา แป้งไปโรงเรียนจะมีรถยี่ห้อดังเป็น พาหนะพาเธอไปส่งที่โรงเรียนทุกวัน แป้งรู้สึกอายเพื่อนๆ ที่ถูกล้อว่าเป็นคุณหนู เมื่อเธอสอบติดโรงเรียนมัธยมชื่อดังได้ แป้งได้อ้อนวอนกับพ่อ ให้เธอได้ไปโรงเรียนเองบ้างเพราะเธอโตแล้ว

ผู้เป็นพ่อแม่นั้นเป็นห่วงลูกสาว คนเดียวมากแต่ก็ไม่อาจทัดทาน แป้งได้ ในที่สุดแป้งก็จะได้มีโอกาสขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเองแล้ว วันแรกของการขึ้นรถเมล์ ระหว่างที่ยืนรอรถนั้น แป้งสังเกตว่ารถของพ่อเธอ จอดหลบอยู่ก่อนถึงป้ายรถเมล์ แป้งไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่ ตอนเย็นก็เหมือนกัน พ่อของเเป้งก็แอบมาคอยดูแลลูกสาวอีก เมื่อกลับถึงบ้านแป้งก็ต่อว่าพ่อและแม่ แป้งโตแล้วนะคะ แป้งขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนเองได้ ประมาณอาทิตย์นึง แล้วแป้งก็ได้พบกับประสบการณ์ ที่เธอไม่มีวันลืมได้เลย วันนี้แป้งเดินหิ้วกระเป๋านักเรียน เดินออกมารอรถที่หน้าปากซอย ตามปกติโดยไม่ รู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอจะเจอกับอะไรบ้าง รถเมล์สายประจำมาจอดแล้ว คนค่อนข้างแน่นพอสมควร แต่แป้งก็คิดในใจว่า ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวก็ถึงโรงเรียนแล้ว

ขณะที่แป้ง ขึ้นไปบนรถ แป้งก็แทรกคนเข้าไปยืนอยู่ข้างใน คนแน่นมากเหลือเกิน เสียงกระเป๋าบอกให้คนที่ยืนอยู่ชิดในหน่อย ตามประสากระเป๋าจอมโหด ชิดในหน่อยสิน้องนักเรียนน่ะ ข้างในยังยืนได้อีกหลายคนนะ แป้งขยับตัวไปข้างในอีก โดยไม่ทันระวังตัวแป้งก็ถอยไปเหยียบเท้าคนเข้า เมื่อรู้สึกตัวแป้งก็หันไปขอโทษ
"ขอโทษค่ะ" สิ้นเสียงสาวน้อยก็หันไป โดยไม่สนใจใยดี แป้งไม่ได้สังเกตเลยว่าคนที่เธอ เหยียบเท้าเค้านั้นเป็นผู้ชายหน้าตาออกบ้านนอกๆ แป้งยืนโหนรถเมล์ อีกมือก็ถือกระเป๋านักเรียน คิดอะไรเพลินๆ แป้งรู้สึกว่าที่ก้นเธอมีอะไรบางอย่างมาป้วนเปี้ยนอยู่ แต่แป้งก็มองโลกในแง่ ดีคิดว่าคงไม่มีอะไรมั้ง

แต่ทำไปสักพัก แป้งกลับรู้สึกว่ามีมือใครคน นึงกำลังพยายามลูบไล้ ที่กระโปรงนักเรียนของเธออยู่ ด้วยความที่เด็กสาวยังไม่เคยมือชายมาก่อน แป้งรู้สึกแปลกๆ มันจะกลัวก็ไม่เชิง แต่ที่รู้ๆตอนนี้แป้งทำอะไรไม่ถูกแล้ว ได้แต่ยืนเฉยปล่อยให้ไอ้คนที่อยู่ข้าง หลังมันลูบไล้ก้นงอนสวย ของเด็กสาวต่อไป แต่ดูเหมือนมันจะเริ่มขยำก้นงอน ของเธอซะแล้ว แป้งรู้สึกว่ามันกำลังบีบก้นของเธออยู่ ตอนนี้แป้งรู้สึกกลัวมาก แต่ก็ไม่กล้ารอ้ง แป้งไม่กล้าหันไปมองมันด้วยซ้ำไป แป้งไม่รู้จะทำยังไง แป้งพยายามมองผู้ชายอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เหมือนกับจะบอกให้เค้ารู้ว่ามีคนโรคจิตกำลังลวนลามเธออยู่ ได้ผลชายคนนั้นหันมามอง

แล้วเค้าก็เห็นว่าไอ้ผู้ชายคนที่ยืนหลังแป้ง กำลังลวนลามเธออยู่ แต่สิ่งที่แป้งคิดผิดถนัด คราวนี้ผู้ชายคนที่ยืนข้างๆแป้งได้กระเถิบมายืน เยื้องหลังแป้ง ซ้ำร้ายยังมาร่วมกับไอ้คนข้างหลังด้วย ก็เพราะความสวยขาว และน่ารักของแป้งเองนั่นเเหล่ะ ตอนนี้มีมือสองมือมาบีบก้นเธอทั้งสองข้างเลย แป้งกลัวมากภาวนาให้ถึงที่หมายเร็วๆ แต่รถเจ้ากรรมก็ดันติดเหลือเกิน แป้งรู้สึกว่าไอ้สองคนนั่น กำลังพยายามเลิกกระโปรงนักเรียนของเธอขึ้น แป้งพยายามเอากระเป๋านักเรียนบังแต่ก็ไม่สำเร็จ มันจับข้อมือแป้งไว้แน่น แล้วแป้งก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาช่วงล่าง ใช่แล้วตอนนี้มือของมันสองคน แย่งกันลูบไล้ก้นเธอ ภายในกระโปรงนักเรียน แป้งรู้สึกว่ามือมัน ลูบอยู่แถวกางเกงในลายลูกไม้ของเธอซะแล้ว

มือของคนนึง มาแปะอยู่ตรงกลางหว่างขาเธอแล้ว แป้งพยายามหนีบขาไว้แน่น มือก็ดันมันไม่ยอมให้มันทำอะไรได้ง่ายๆแต่ก็ไม่เป็นผลเลย ไอ้คนที่หน้าตาบ้านนอก กระซิบข้างหูแป้ง "อยู่เฉยๆเถอะหนู กูมีมีดนะ ถ้ายังไม่อยากตาย" อีกคนมันก็ ก้มมองกระโปรงแป้งที่เลิกสูงขึ้นมา
"น้องใส่กางเกงในสีชมพูด้วยน่ารักจริงๆ"
ตอนนี้แป้งทำอะไรไม่ถูกแล้ว ได้แต่ยืนหลับตาปี๋ตัวสั่นด้วยความกลัว เธอไม่น่ารั้นความห่วงใยของพ่อแม่เลย ตอนนี้กางเกงในสีหวานของแป้งถูกรูดลงแล้ว มือสองมือแย่งกันจับของสงวนเธอ แป้งกลัวมาก เมือแป้งสัมผัสได้ว่ามือของใครคนนึง ประกบกับของสงวนเธอซะแล้ว แป้งพยายามหนีบขาแน่นขึ้นอีก แต่มันก็แทรกเข้าไปยังเนินอุ่นของเด็กสาวได้ ตอนนี้แป้งตัดสินใจจะร้อง แต่ว่าช้าไปเธอรู้สึกว่ามีอะไรแหลมๆมีกดที่หลังเธอ "ลงป้ายหน้า อย่าร้องโวยวายนะไม่งั้นกูจิ้มแน่" แป้งไม่กล้าคัด เอื้อมมือที่โหนราวอยู่ไป กดกริ่งเองโดยอัตโนมัติ แล้วแป้งก็แทรกตัวเพื่อลงรถเมื่อรถจอดป้ายโดยมีชาย 2 คนเดินตามแบบติดหลัง แป้งเดินคอนข้างลำบาก เนื่องจากว่ากางเกงในเธอคาอยู่ตรงเหนือเข่า เธอก็กลัวจะหลุด

เมือ่ลงรถ ชายคนนึงดึงเธอเดินไป โดยมีชายอีกคนเดิน ตามไปติดๆ ป้ายรถเมล์นี้ไม่มีคนเลย ทั้งๆที่เป็นเวลาเช้าที่น่าจะมีคนอยู่บ้าง ด้านหลังป้ายรถเมล์นี้เป็นทุ่งหญ้า มีสังกะสีกั้นอยู่หลังป้าย มันพาแป้งเดินเข้าไปหลังสังกะสี ชายอีกคนบอกว่า
"พี่ผมขอเอาด้วยนะ" ไอ้บ้านนอกนั้นก็ยิ้ม ขณะที่มือก็ถือมีดกดอยู่กลางหลังแป้ง
"ได้สิ แต่กูขอก่อน นะเว้ย"
"ได้พี่ สวยๆอย่างนี้เห็นแล้วควยแข็งเลย"
แป้งหมดหนทางแล้วนอกจากร้องขอ
"พี่คะ อย่าทำอะไรแป้งนะ แป้งไหว้และ" เด็กสาวอ้อนวอนทั้งน้ำตา แต่ไม่เป็นผล ไอ้บ้านนอกมันผลักแป้ง เซไปหลังพิงสังกะสี โดยที่ไอ้ผู้ชายอีกคนก็ยืนเท้าสะเอวดู เปิดกระโปรงขึ้น
"เร็ว" ไอ้บ้านนอกตะคอกแป้ง
"อย่านะปล่อยแป้งไปนะ แป้งมีเงินเอาไปเถอะอย่าทำแป้งนะ"
เพี๊ยะ มือสากๆฟาดลงไปที่หน้าสวยหวาน ของเด็กสาวจนเป็นผื่นแดง แป้งน้ำตาคลอ ค่อยเลิกกระโปรงนักเรียนสีน้ำเงินขึ้น โชว์ให้เห็นท่อนล่างของเด็กสาวที่นูนขึ้นมาเป็นเนิน ส่วนกางเกงในสีหวานก็คาอยู่ที่เข่า แป้งสะอื้น ไอ้บ้านนอกตรงเข้ามาก้มดู
"เฮ้ยอย่าเอาลงเปิดไว้"
"โอ้โฮ .....ขนยังไม่ค่อยขึ้นเลย โหนกก็นูนดีฉิบหาย ตั้งแต่เกิดมาจนติดคุกออกมายังไม่เคยเจอจิ๋มสวยๆ ซิงๆอย่างนี้เลยว่ะ"
ผู้ชายอีกคนก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที
"พี่ผมไม่ไหวแล้ว ของจัดการกับตัวเองก่อนนะ นอ้งนี้เซ็กเป็นบ้าเลยไม่ไหวแล้ว" มันแก้กางเกงตัวเองออกแล้วจัดการชักซะ ไอ้บ้านนอกก็รูดซิปงัดไอ้หนูออกมา แป้งตกใจกลัวมาก เพราะขนาดของมันใหญ่มาก แถมคดๆงอ ๆ มีตะปุ่มตะป่ำด้วย ไอ้บ้านนอกจิกผม แป้งกดลงมาอยู่ตรงกับไอ้หนูของมัน ดูดให้กูซิ เร็ว
"ไม่แป้งทำไม่เป็น ปล่อยแป้งไปนะ" เด็กสาวพนมมือไหว้วอน
"นังนี่อยากโดนอีกใช่มั้ย มันเงื้อมือขึ้น"
"อย่าๆแป้งกลัวแล้ว"
"แลบลิ้นออกมาเลียเร็ว" เด็กสาวขยะแขยงมากแต่ก็จำยอม แป้งแลบลิ้นออกมาเลียไปที่หัวแฉกของมัน
"ดีๆ เลียไปอมด้วยดูดด้วย เร็ว"

แล้ว มันก็จับไอ้หนูยัดเข้าปากเด็กสาวทันที เด็กสาวแทบสำลัก เพราะหายใจไม่ออก เพราะความใหญ่ของมัน เด็กสาวอมได้แค่ส่วนหัวเท่านั้นเอง แต่ดูเหมือนไม่สะใจ มันพยายามกระแทกกับปากสวยๆ สีชมพูของเด็กสาวจนเธอแทบอ้วก ส่วนอีกคนก็ยืนสาวอยู่ใกล้ๆ มองภาพเด็กสาว ที่นั่งยองๆ อมให้ไอ้บ้านนอก

แป้งนั่งยองๆ ตอนนี้ของเธอยิ่งดู เป็นเนินโหนกมาก ขาวอวบอิ่มน่าจิ้มเป็นที่สุด แป้งไม่รู้สึกตัวเลยว่า กระดองเต่าของเธอมีน้ำใสๆซึมออกมาด้วย ไอ้คนที่ยืนอยู่บอกกับไอ้บ้านนอก
"พี่ๆดูสิน้ำเยิ้มเลย สงสัยน้องเค้าอยากแล้วพี่"
ไอ้บ้านนอกมันจับหัวเด็กสาว กดกระแทกกับของของมัน มันก้มลงดูกระดองเต่าของเด็กสาว
"เออ จริงว่ะ นังนี่จิ๋มอวบดีจริงๆ" มันไม่พูดปล่าว ใช้ตีนเขี่ยเนินเด็กสาว เล่นอีก แป้งสะดุ้งจะกระเถิบตัวหนีแต่มันก็กระชากผมเด็กสาวไว้
"เอาละพอแล้ว" มันจับแป้งหันหลัง ยืนพิงสังกะสีในท่าโก้งโค้ง แล้วไม่พูดพล่ามทำเพลง จับไอ้หนูกดลงไปตรงรอ่งกลางพูที่ย้อยมาข้างหลังของเด็กสาว
"โอ๊ย อย่าาาาาาาาาาา" เด็กสาวร้องลั่น เมื่อมันชำแรกความสาวเธอ มันหัวเราะอย่างบ้าคลั่งกระแทกแบบ ไม่ยั้ง เด็กสาวเจ็บมาก มันคงฉีกเลือดสด ไหลลงมาตามขาเด็กสาว มันกระแทกจนถึงจุดพ่นพิษใส่ในของ แป้ง แป้งรู้สึกเหมือนมีท่อน้ำฉีดน้ำเข้าของของเธอวูบ ไอ้บ้านนอกถอนสมอออกมา
"เฮ้ยต่อสิเดี๋ยวกูจะเบิ้ลอีก"
"ฮะฮะ" ไอ้อีกคนรีบเข้ามาก้มลงดูตรง หว่างขาเด็กสาวที่โบ๋แล้ว รีบสวมรอยต่อทันที จนเธอรู้สึกว่ามันฉีดน้ำเข้ามาในตัวเธออีกครั้ง ทันทีที่มันถอนออก ทั้งปัสสาวะทั้งน้ำของพวกมันทั้งเลือด ไหลทะลักออกมาย้อยเต็มหว่างขาเด็กสาว เด็กสาวหมดแรงล้มตัวลง แต่พวกมันยังไม่ยอมพอ ไอ้บ้านนอกตรงเข้ามาจับขาเธอแยกออกแล้วเสียบเข้าไปอีก ส่วนอีกคนก็กระชากเสื้อนักเรียนเธอออก แล้วดึงยกทรงสีหวานออก เผยให้เห็นเต้านมขนาดกำลังงาม ของเด็กสาว แป้งตอนนี้ได้แต่รอ้งไห้จนไม่มีเสียงแล้ว ปล่อยให้พวกมันสนุกกับเรือนล่างของเธอ ไอ้อีกคนหนึ่งมันเอาไอ้หนูมาถูที่เต้านมของเธอ แล้วมันสองคน ก็ผลัดกันจัดการกับแป้งอีกหลายต่อหลายครั้ง จนมันแทบจะไม่มีน้ำ ออกอีกแล้ว

แป้งหวนนึกถึงคำที่พ่อแม่เธอบอกว่า "โลกนี้มันโหดร้ายกว่าที่ลูกรู้และเห็นนะ"

แป้งรู้สึกเสียใจมาก ที่ไม่เชื่อคำพูดของพ่อ กับแม่ แต่ตอนนี้ เธอไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้อีกแล้ว

มุดมุ้งล้วงเสียว..ครั้งเดียวไม่พอ

เรื่องเสียว มุดมุ้งล้วงเสียว..ครั้งเดียวไม่พอ
ขณะนั้นดิฉันมีอายุได้ ๑๓ ปีเต็มค่ะ เป็นเด็กร่างใหญ่อวบอัดผิวคล้ำเล็กน้อยและค่อนข้างจะเซ็กซ์จัดมากด้วย อย่างน้อยก็เดือนละครั้งสองครั้งที่มักจะฝันถึงเรื่องกามารมณ์ ว่าได้ถูกเพื่อนชายบางคนที่ชอบพอรักใคร่กอดจูบลูบคลำ จนกระทั่งน้ำแตกออกมาเลอะเทอะตูดก้นทุกที ผิดกับพี่สาวอายุ ๑๕ ปีชื่อ ฤดี ที่เอวบางร่างน้อย สูงเพรียวบาง ผิวขาละเอียดเหมือนพ่อ ซึ่งไม่มีท่าทีว่าจะเซ็กซ์จัดเหมือนดิฉันเลย
ตอนนั้นดิฉันอยู่ที่ตึกทรัพย์สินฯด้านซ้ายเชิงสะพานพุทธ ฝั่งพระนครค่ะ พอคุณพ่อเสียแล้ว คุณแม่ที่ร่ำรวยมากและยังสาว ทั้งมีตัณหาราคะจัดด้วย คงทนว้าเหว่ไม่ไหวจึงได้ออกเที่ยวเตร่หาความสุขของท่านไปตามเรื่องตามราวแทบทุกคืน จะกลับดึกๆดื่นๆตี ๒ ตี ๓ บางคืนก็หิ้วเด็กหนุ่มๆ พวกลิเกบ้างนักร้องบ้างมานอนค้างด้วย บางคืนไปนอนค้างที่ไหนไม่รู้ กว่าจะกลับก็เช้ารุ่งขึ้น ปล่อยให้ดิฉันกับพี่สาวและป้าหญิงผู้ดีตกยากที่ท่านจ้างมาอยู่เฝ้าบ้านเป็นเพื่อนอยู่กันไปตามเรื่องตามราว ซึ่งดิฉันก็เลยอพยพที่นอนหมอนมุ้งลงมานอนในห้องโถงชั้นล่าง เป็นเพื่อนป้าหญิงตลอดมา
ทีแรกๆ ก็รู้สึกเงียบเหงา พอ ๒ ทุ่มก็รีบปิดประตูนอนเพราะอยู่กันแต่ผู้หญิงกลัวโจรผู้ร้าย แต่แล้วก็กลับมีชีวิตชีวาขึ้นเมื่อลูกชายอายุ ๑๖ ปีของป้าหญิงที่อาศัยอยู่วัดอนงค์ ชื่อ ทิวา มาเยี่ยม แล้วป้าหญิงขอร้องให้มานอนเป็นเพื่อนด้วย เขาก็เลยมานอนเป็นประจำทุกคืนตลอดมา
ดิฉันกับพี่ฤดีถูกคอกับพี่ทิวามาก เพราะเขาเป็นคนช่างเล่นช่างคุย ทำให้สนุกสนานหายเงียบเหงา ทุกวันก็มีขนมนมเนยและไข่จืดไข่เค็มเหลือจากวัดมาฝากเยอะแยะจนกินไม่ไหว เราจึงเลื่อนเวลานอนไปถึง ๔-๕ ทุ่มทุกคืน โดยพี่ทิวาปูเสื่อกางมุ้งเล็กนอนขวางตรงปากประตูกันคนงัดแงะ
นานวันเข้า ดิฉันก็สังเกตเห็นว่ามันมีอะไรผิดแปลกเกิดขึ้นหลายอย่าง พี่ทิวาเล่นหยอกล้อขนาดปากว่ามือถึงกับพี่ฤดี บางทีถึงกับเล่นกอดปล้ำกันก็มี สำหรับส่วนดิฉันนั้นก็รู้สึกฝันเรื่องกามารมณ์ถี่ขึ้นกว่าเดิมมากจนผิดสังเกต เว้นคืนฝันเว้นสองคืนฝัน บางทีฝันติดๆกันก็มี แล้วทุกครั้งน้ำแตกเลอะเทอะตูดก้นนองไปหมดด้วย แต่ดิฉันกลับคิดไปว่าคงจะกินไข่จืดไข่เค็มมากเกินไป คืนละ ๒-๓ ฟองเป็นประจำ จึงทำให้เซ็กซ์จัดมากขึ้นกว่าเดิม
จนกระทั่งถึงคืนหนึ่ง อันเป็นคืนลอยกระทง เชิงสะพานพุทธคึกครื้นสนุกสนานมาก พี่ทิวาหายหน้าไปแต่หัวค่ำ ดิฉันกับพี่ฤดีออกไปเดินเที่ยวกันสัก ๕ ทุ่มกว่า พี่ฤดีก็บ่นง่วงนอนจึงพากันกลับไปนอนในมุ้งใหญ่ที่ป้าหญิงกางไว้ให้เรียบร้อยแล้ว และพี่ฤดีก็หลับสบายไป
ส่วนดิฉันหลับไม่ลงเพราะเสียงคนร้องรำทำเพลง ตีฉาบตีกลองผ่านหน้าบ้านอยู่เรื่อย จึงนอนฟังเขาและคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปจนสักชั่วโมงกว่าผ่านไปแล้วก็หลับตาทำท่าจะข่มให้หลับเสียที ตอนนี้ประตูก็เปิดออก แสงไฟภายนอกสาดเข้ามา ดิฉันเหลียวไปมองนึกว่าคุณแม่กลับแต่ไม่ใช่ กลายเป็นพี่ทิวาไป นึกจะร้องทักเขาแล้ว แต่พอนึกได้ว่าดึกแล้ว กลัวเขาจะชวนคุยเอะอะต่อไปจนดึกอีก เลยไม่ได้นอนกัน เลยนิ่งเสีย และก็เพราะการนิ่งเสียนี่สิค่ะมันเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ในเวลาต่อมา ซึ่งกลายเป็นประวัติโลกีย์ที่ติดตราตรึงใจดิฉันมาจนกระทั่งทุกวันนี้
เรื่องมันมีว่า พี่ฤดีนั่นปรกติเป็นเด็กที่นอนขี้เซาอย่างร้ายกาจพอๆกับดิฉันเหมือนกัน ลงได้หลับไปแล้วก็เหมือนตาย ใครจะทำอะไรหนักเบาอะไรเป็นไม่รู้สึกตัวเลย นอนรวดเดียวไปตื่นเอาสว่างทุกที แล้วทีนี้คืนนั้น ภายนอกมันสว่างมากกว่าปกติด้วยแสงไฟที่ลอดช่องลมบนประตูจึงสาดเข้ามา ทำให้มุ้งขาวสว่างเห็นพี่ฤดีนอนหงายกางขาหลับสบาย กรนฟี้ๆเบาๆอย่างถนัดชัดเจนยิ่งกว่าทุกคืน ดิฉันกำลังนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาพี่สาวในลักษณะคุดคู้เพราะอากาศเย็นจัดสักหน่อย ก็ได้ยินเสียงพี่ทิวาเขาคลานผ่านปลายตีนมุ้งไปเบาๆ มุ่งไปทางข้างมุ้งด้านพี่ฤดีนอน แลเห็นร่างเขาลางๆ คลานไปหยุดนั่งหมอบลงตรงข้างขาพี่ฤดี พอดิฉันเห็นเข้าอย่างนั้น ก็นึกรู้ทันทีว่าพี่ทิวาต้องรักพี่ฤดีแน่แล้ว ถึงกับยามนอนก็มาลอบมองดูข้างมุ้งเพราะความรัก
แต่ที่ไหนได้ละคะ มันทำให้หัวใจดิฉันเต้นตึ่บๆขึ้นมาอย่างขนานใหญ่ในทันทีทีเดียว เมื่อเห็นเขาค่อยๆเลิกมุ้งขึ้นแล้วสอดมือลอดล้วงเข้ามาคลำกลางหว่างขาของพี่ฤดี ซึ่งนุ่งผ้าถุงบางๆนอนหงายขาถ่างๆอยู่ คลำๆอยู่นิดหน่อยเพื่อให้แน่ใจว่าพี่ฤดีหลับสนิทไม่รู้สึกตัวแน่ แล้วจึงเลื่อนมือลงไปจับตีนผ้าถุงถลกเลิกขึ้นมาจนในหว่างขาเปิดโล่งหมด ไม่มีอะไรปิดบังเลย
พี่ฤดีคืนนั้นก็นอนโดยไม่ได้นุ่งกางเกงในเหมือนดิฉันเหมือนกัน ดังนั้นพอผ้าถูกเลิกขึ้นแล้ว ก็ไม่มีอะไรเหลือหรอละ มองเห็นโคกจิ๋มอูมนูนขึ้นมาลางๆได้ถนัด แล้วทีนี้มือของพี่ทิวาก็แปะจับลงไปที่จิ๋ม ลูบคลำเล่นไป เอานิ้วจกควักในรองจิ๋มไปๆมาๆอย่างสนุกมือ
ตอนนี้เอง จึงทำให้ดิฉันเริ่มนึกวาดเค้าของตัวเองได้ลางๆว่าอ้ายที่ฝันในเรื่องกามารมณ์ต่างๆนานาจนเสียวกระสันถึงกับน้ำแตกบ่อยๆแทบทุกคืนจนผิดสังเกตนั้น ก็เห็นจะเกิดจากมือพี่ทิวานี่เอง ลอบมาควักล้วงเล่นจิ๋มดิฉันอย่างที่เขากำลังทำกับพี่ฤดีอยู่ในเวลานี้ และสิ่งที่ทำให้แน่ใจว่าเป็นไปอย่างนั้นจริงๆ ก็เพราะปรากฏเสียงละเมอของพี่ฤดีเบาๆว่า
“อูย..จุ๊ ๆ ๆ ๆ ๆ…อู๊ย..อื้อ…”
แล้วก็เคี้ยวปากจั๊บๆ ทันทีนั้นก็มีทีท่าเหมือนเกิดความรู้สึกซ่านเสียว ยกแขนงอมากำไว้บนอกไหล่สั่นๆ หน้าเหยๆ ส่วนขาทั้งสองข้างกระตุกงอถ่างอ้าซ่าออกไปจากกัน ให้เขาควักล้วงได้เต็มที่ ซึ่งพี่ทิวาได้เลิกมุ้งสอดหัวเข้ามามองดูจิ๋มในหว่างขา แล้วเอานิ้วแยงล้วงเข้าในรูจิ๋มควานไปมา แล้วควักขึ้นแยงลง เสียงดังจุ๊บจั๊บ เฉาะแฉะ ยังกับน้ำแตกออกมาเลอะเทอะแล้วยังงั้นแหละ
โอย…เห็นเข้ายังงี้เด็กสาวรุ่นๆกำลังมันเริ่มจุกอกอย่างดิฉันจะทนได้ยังไงไหวเล่าคะ มันยั่วตัณหาราคะอย่างร้ายกาจที่สุดเลย ความอยากได้ประเดประดังเข้ามาจนแทบท่วมท้นหัวใจเลย ดิฉันต้องถึงกับขมิบจิ๋มตัวเองย่วบๆๆๆอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับน้ำแห่งความเสียวกระสันได้หยาดเยิ้มออกมานอกจิ๋มไม่ได้ขาด จนที่สุดเปรอะนองไหลเป็นทางลงไปใต้ท่อนขาตัวเอง
ดิฉันซ่านเสียวจนเหลือจะทนจริงๆแล้ว และก็ไม่รู้ว่าอะไรมาดลใจให้ดิฉันยกเท้าที่นอนขดตัวคุดคู้อยู่ไปวางที่มือพี่ทิวาซึ่งกำลังล้วงจิ๋มพี่ฤดีพอดี แล้วทำบิดตัวครางอือ พร้อมกับจิกหัวแม่เท้าเข้าไปตรงแคมจิ๋มพี่สาวที่นิ้วเขากำลังล้วงควานคารูจิ๋มอยู่ ผลก็คือทำให้มือที่กำลังขยุกขยิกของเขาหยุดชะงักลงนิ่งเฉย แต่ขณะนั้นอารมณ์อยากของดิฉันมันกระเจิดกระเจิงไปใหญ่แล้วจนยั้งไม่อยู่ นิ้วหัวแม่เท้าที่ดิฉันจิกเข้าไปจึงยิ่งกระดิกจิกง่ามจิ๋มพี่สาวที่นิ้วเขายังคาอยู่อย่างรุนแรงใหญ่เลย ไปตามอารมณ์อยากของตัวเอง
พี่ทิวาคงเข้าใจว่าดิฉันหลับและมีความต้องการทางโลกีย์แบบคนฝัน เมื่อเขาเห็นกิริยาอาการดิฉันเป็นเช่นนั้น จึงชักมือออกจากจิ๋มพี่สาวดิฉัน แล้วหลุบหัวชักแขนออกจากมุ้ง คลานไปทางปลายเท้าตรงก้นดิฉันนอนขดอยู่ แล้วเขาก็เลิกมุ้งหมอบคลานขยับเข้ามาทางก้น เอามือจับชายผ้าซิ่นที่ดิฉันนุ่งนอนด้วย ถลกขึ้นจนตูดดิฉันเปิดโล่งไปหมด แล้วจึงเอามือเข้ามาคลำจิ๋มดิฉันที่ปลิ้นเลอะเทอะน้ำเมือกออกไปทางใต้ตูด
เจ้าประคุณเอ๋ย…เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็เพิ่งได้รู้รสอร่อยของโลกีย์ในตอนนี้เอง พี่ทิวาเอานิ้วควักควานแหวกแคมจิ๋มที่ประกบบีบกันแน่นอยู่ ลงไปถึงใจกลางร่องแล้วก็ซอนไซหาปากรูจิ๋มจนพบ แล้วก็ไม่รอช้าล่ะทิ่มทะลวงปรู๊ดเข้าไปทีเดียวจนสุดนิ้วเลย เล่นเอาดิฉันสะดุ้งร้องครางเสียงกระเส่าสั่นว่า “โอย…อูย” พร้อมกับซี๊ดปาก แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตัวทำเป็นหลับอยู่ จึงแกล้งบิดตัวแล้วหยุดนิ่ง หายใจแรงๆเหมือนคนหลับ
เท่านั้นเองแหละค่ะ ดิฉันถึงกับเห็นสวรรค์ไรๆเลย เพราะในรูจิ๋มถูกเขาล้วงคว้านไปควานมา แล้วงอนิ้วควักออกมา ทำให้เสียวแทบเป็นบ้าเลย พอควักออกใกล้นิ้วจะหลุดปากรู แล้วก็กลับทะลวงเข้าไปใหม่อีก ทำแบบนี้อยู่ตั้งหลายครั้งหลายหน ดิฉันได้แต่ขมิบจิ๋มเพราะความเสียวและอร่อยอยู่เรื่อยไป น้ำจิ๋มก็ยิ่งแตกพลั่กๆออกมาจนนิ้วเขาลื่นเละไปหมดเลย มีเสียงดังพล็อกแพลกจนได้ยินถนัดชัดเจน ดิฉันลืมตัวไปชั่วระยะหนึ่ง ตั้งหน้าตั้งตาขบฟันกรอดๆหลับตาปี๋หน้าเหยเก และพอนึกได้ว่านิ้วหัวแม่ตีนยังก่ายจิกจิ๋มพี่สาวอยู่ กลัวเขาจะตื่นขึ้นมาจะเสียเส้นหมด เพราะกำลังได้รับความอร่อยจิ๋มอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ชั่วพักเดียว ดิฉันก็เริ่มมีอาการเกร็งตัวไปหมด ในรูจิ๋มก็ร้อนวูบวาบ ดูดนิ้วมือของพี่ทิวายวบๆ จากนั้นก็ดูเหมือนว่าเรี่ยวแรงมันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ และคงเป็นเพราะเสียงหายใจอย่างเหนื่อยหอบของดิฉัน จึงทำให้พี่ทิวาหยุดมือ แล้วก็ดึงนิ้วออก จากนั้นเขาก็คลานกลับไป ส่วนดิฉันก็หลับสบายเป็นตายไปทั้งคืน และนี่ก็คงเป็นอดีตที่ครั้งหนึ่งได้ประสบมากับตัวเอง


พบกันใหม่ฉบับหน้านะคะ....บายยยย

เสียว..น้ำในคลองกระจาย

เรื่องเสียว เสียว..น้ำในคลองกระจาย
ผมกับกุหลาบรักชอบกันมานานก็จริงอยู่  แต่เราไม่ค่อยได้มีเวลาพูดคุยกันเท่าไหร่นัก ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าเราต่างคนต่างก็อายซึ่งกันและกันนั่นเอง ไม่รู้เหมือนกันว่ารักกันเข้าไปได้ยังไง
     บ้านผมน่ะเป็นบ้านนอก ไม่มีหรอกครับเรื่องน้ำประปาอย่างที่คนกรุงเทพฯเค้ามีกัน ดังนั้นน้ำกินน้ำใช้ทั้งหลายแหล่จึงอาศัยน้ำคลองกันทั้งหมู่บ้าน คนไหนขยันก็ตักไปอาบที่บ้าน แต่ผมเป็นคนขยันน้อยอยู่สักหน่อย จึงพาตัวไปอาบที่คลองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย   อีกอย่างคลองมันอยู่ตรงหน้าบ้านเสียด้วย   แค่เดินลงมาที่ท่าน้ำเท่านั้นก็เรียบร้อย แต่พวกผู้หญิงเค้าชอบตักกันขึ้นไปอาบที่ห้องน้ำก็ช่างเค้าเถอะ
     วันนั้นผมกำลังสระสรงคงคาในท้องคลองอย่างเริงรื่นชื่นใจอยู่นั้นเอง กุหลาบก็แวะมาหาผม แต่เธอไม่ได้มาเพียงคนเดียวตามลำพัง   เธอพาเพื่อนสาวมาด้วย ผมจึงเอ่ยปากชวนเธอกับเพื่อน ๆ ให้ลงมาเล่นน้ำด้วยกัน กุหลาบว่าไม่มีผ้าผลัด ผมนึกแล้วเชียวว่าต้องมารูปนี้ จึงบอกให้เธอกับเพื่อนไปเอาผ้านุ่งของแม่ผมมาผลัด เรื่องก็จบลงด้วยดี
     ตลอดเวลาที่เล่นน้ำด้วยกันนั้น     จิตใจผมมันไม่ค่อยจะอยู่กับเนื้อกับตัวเลย เพราะเห็น  ๆ อยู่ต่อหน้าต่อตาว่าความขาวความอวบที่กุหลาบมีนั้นมันมากขนาดไหน เฮ้อ..แล้วเพื่อน ๆ ของกุหลาบก็เหมือนกัน เด็กอะไรก็ไม่รู้..แค่ 16-17 ปีเท่านั้นแต่ดันขนกันมาเสียมากมาย   โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  นมนั้นช่างเบ้อเร่อเบ้อร่ากันนัก เวลาที่พวกเธอขึ้นไปนั่งพักเหนื่อย  ผ้าถุงเปียก  ๆ รัดเนื้อตัวเสียจนเห็นหมดว่าสะโพกนั้นงอนงามขนาดไหน  ด้านหน้าก็โหนกนูนไม่แพ้กัน  ผมดูแล้วใจสั่นจนไม่กล้าขึ้นจากน้ำ ก็เจ้าวายร้ายประจำตัวน่ะซิดันทะลึ่งตื่นขึ้นมา
     ผมดูกุหลาบแล้วจินตนาการเพริดไปว่าเมื่อไหร่หนอจะได้ภิรมย์สมรักกับเธอเสียที ส่วนเรื่องที่เธอจะมาเล่นน้ำตามลำพังกับผมน่ะเลิกคิดเลิกหวังได้อย่างเด็ดขาด ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม ผมจึงไม่ทันได้ยินว่ากุหลาบพูดอะไร มาสะดุ้งตกใจอีกครั้งตอนที่เธอเข้ามาพูดอยู่ใกล้ ๆ นั่นเอง
     “พี่หล่อ ไปว่ายน้ำด้วยกันไหม”
     “ไม่ล่ะ  พี่ต้องขอตัวก่อนนะ  เชิญกุหลาบกับเพื่อน ๆ เถอะ เดี๋ยวพี่จะขึ้นอยู่แล้วเพราะว่าอาบมานาน”
     ครั้นเมื่อกุหลาบกับเพื่อน  ๆ เธอพากันว่ายน้ำออกไปกลางคลอง ผมจึงถือโอกาสหันหลังให้เธอและเดินขึ้นจากน้ำ ที่ต้องรอให้กุหลาบว่ายน้ำออกไปไกล ๆ เพราะกลัวเธอเห็นความผิดปกติของร่างกายผมน่ะซีครับ
     หลังจากวันนั้นแล้วผมก็คิดหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะคิดหาวิธีฟันกุหลาบไม่ออก วัน ๆ จึงเอาแต่นั่งซึมกระทือจนเพื่อน ๆ ทักกันขรมว่าเป็นอะไร
     เมื่อเห็นพวกเพื่อน ๆ เท่านั้นความคิดผมก็วิ่งปร๊าดทันที
     “ไชโย..คิดออกแล้วโว้ย”
     เพื่อน  ๆ  พากันสงสัย ผมจึงขยายให้ฟังและพร้อมกันนั้นก็ขอความช่วยเหลือจากเพื่อน ๆ ด้วย เพราะไม่งั้นไม่มีทางสำเร็จอย่างแน่นอน
     เย็นของวันรุ่งขึ้น  ผมพาเพื่อน  ๆ ที่หล่อ ๆ ด้วยกันทุกคนไปชวนกุหลาบและเพื่อนๆ เธอเล่นน้ำ แต่กว่าจะได้เล่นน้ำก็เกือบตะวันตกดินเพราะผมวางแผนเอาไว้เองว่าจะต้องใช้ความมืดเป็นเครื่องมือด้วย ดังนั้นพอลงน้ำไม่ทันไรฟ้าก็มืดแล้วบ้านนอกน่ะมันสว่างเหมือนกรุงเทพฯเสียเมื่อไหร่  พูดถึงมืดก็ไม่มืดนัก เรียกว่าสลัว  ๆ  คงจะได้ แรก ๆ ก็เป็นการเล่นรวมกลุ่มกันอยู่ ครั้นเมื่อเล่นกันไปนาน ๆ พวกเพื่อน ๆ ผมก็ทำตามแผนที่ได้ตกลงกันไว้คือ พยายามหาทางแยกกุหลาบออกจากเพื่อน ๆ เธอให้ได้ ความที่เพื่อน ๆ ผมเป็นคนหน้าตาดี ๆ ด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่เป็นการยากเลยที่ในไม่ช้าต่างก็จับคู่ว่ายน้ำกันเป็นคู่  ๆ จะเหลือโดดเดี่ยวตามลำพังคนเดียวก็คือกุหลาบเท่านั้น..ก็เข้าล็อคเผงน่ะซี
     ผมว่ายน้ำเข้าไปหาเธอ พอเข้าใกล้ก็ดำดิ่งลงไปและถือโอกาสกอดเธอใต้น้ำ กุหลาบร้อง ว้าย เบา ๆ ด้วยความตกใจ ทุบผมดังพลั่ก..แต่ไม่เจ็บเท่าไหร่ ทีนี้มือที่อยู่ใต้น้ำก็เริ่มอาละวาดล้วงเข้าไปในผ้าถุงเธอและตะปบเต่านาตัวเบ้อเริ่มไว้จนเต็มอุ้งมือ อื้อฮือ..โหนกจังเลย ผมคิดในใจ
     กุหลาบดิ้นอึกอักแต่ไม่หลุด ผมกระซิบขู่เธอที่ริมหูว่า
     “อย่าดิ้นนะกุหลาบ ถ้าดิ้นจะดึงผ้าถุงให้หลุดเดี๋ยวนี้แหละ”
     ว่าแล้วผมก็แกล้งทำเป็นกระตุกผ้าถุงเบา ๆ กุหลาบร้องว่าบ้า แต่ผมในตอนนี้เลิกหน้าบางแล้ว เพราะรู้ดีว่าขืนทำหน้าบางเป็นอดรับประทานแน่ๆ
     ผมลอยคอเข้าทางด้านหลังกุหลาบ  มือซ้ายเกาะกุมเต่านา  ส่วนมือขวาคลึงเคล้นหน้าอกเธอ  กุหลาบรีบจมตัวเองลงในน้ำจนเหลือแต่หน้าเท่านั้นที่โผล่เหนือน้ำ แบบนี้เข้าล็อคเผงอีกอย่างฟลุ้กที่สุด
     ความมืดโรยตัวลงมาอย่างช้า  ๆ  ภายในคลองมีแต่เพียงเงาตะคุ่ม ๆ ของเพื่อน ๆ ผมและเพื่อน ๆ กุหลาบอยู่ไกล ๆ ซึ่งต่างก็อยู่กันเป็นคู่ ๆ ผมเพ่งตามองฝ่าความมืดสลัวเห็นว่าเพื่อนผมแต่ละคนก็กำลังกอดสาวไว้ทั้งนั้น  บางคู่กำลังจูบกันเสียด้วยซ้ำ  เมื่อเห็นแบบนี้ผมจึงเริ่มต้นด้วยการจูบติ่งหูของกุหลาบก่อน ต่อจากนั้นก็และเล็มมาที่ลำคอและเนินอกที่โผล่พ้นเหนือน้ำ กุหลาบยืนตัวแข็งทื่อ มันเป็นการปลุกเร้าที่ผมจงใจกระทำแก่กุหลาบทั้งสามจุดคือ    จูบปากเธอพร้อมกับขยำขยี้เต้าเต่งและเคล้นคลึงเนินนูนเบื้องล่าง
     ความที่ผมไม่ค่อยเคยคุ้นกับเรื่องแบบนี้ การจูบจึงไม่เผ็ดร้อนเท่าที่ควร แต่ในไม่ช้ากุหลาบก็จูบตอบเป็น ดังนั้นจึงเป็นการจูบแบบแลกลิ้นกันขึ้นที่กลางคลองอย่างเร่าร้อน เสียงกุหลาบครางกระเส่าเมื่อผมลดใบหน้าลงมาดูดเน้นยอดอกเธอที่ปริ่มน้ำ ถึงตอนนี้ผ้าถุงเธอเลื่อนหลุดออกมาจากขมวดปม เผยให้เห็นความขาวผ่องของบัวงามทั้งคู่อย่างเต็มตา ขนาดของบัวคู่นี้ล้นมือผมอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด
     ผมดูดข้างซ้ายก่อนย้ายมาดูดข้างขวา  ส่วนเบื้องล่างนั้น..เจ้าน้องชายตัวดีที่ลุกผงาดขึ้นมากำลังทำหน้าที่ทิ่มตำอย่างเมามัน  ยังไม่ได้เข้าไปภายในหรอกครับ..แค่ภายนอกเท่านั้นเอง แต่ก็สามารถทำให้กุหลาบครางซี้ดซ้าดได้เหมือนกัน
     กุหลาบกอดคอผมแน่น    ตอนที่ผมเฝ้าแต่ดูดนมเธอราวกับเป็นทารกผู้หิวกระหายนมมารดา     ไม่ช้าผมก็ล้วงมือลงไปข้างล่างคว้าเต่านาเธอไว้พร้อมกับชอนไชปลายนิ้วลงไปที่รอยแยก กุหลาบเผลอตัวถ่างขาออกจากกัน จึงเป็นโอกาสดีที่นิ้วผมจะได้มีโอกาสแหย่ลึกลงไปอีก..ในที่สุดก็สุดปลายนิ้ว ผมชักนิ้วเข้าออกพร้อมกับครูดเบา ๆ กับหลืบภายใน กุหลาบครางเสียงสำลักอยู่ในลำคอ ส่ายสะโพกกระแทกกระทั้นมือผมเป็นพัลวัน
     เมื่อเห็นอาการเธอเป็นแบบนั้นผมจึงยกขาข้างหนึ่งของเธอพาดแขนผม เป็นอันว่าตอนนี้กุหลาบยืนอยู่ในน้ำด้วยขาข้างเดียวเท่านั้น     แต่ผมยังไม่หยุดชอนไชกระแทกกระทั้น  เพราะต้องการปลุกอารมณ์เธอให้ร้อนจนถึงขีดสุดเสียก่อน จนกระทั่งกุหลาบครางออกมาเป็นเชิงว่าทนไม่ไหวแล้วนั่นแหละผมจึงบรรจงป้อนกล้วยหอมผลงามของผมให้เธอรับประทาน     บังเอิญเสียด้วยที่กล้วยหอมผมนั้นผลค่อนข้างใหญ่ยาวกว่าปกติแถมอุ้งปากด้านล่างกุหลาบก็ยังคับแคบ จึงเป็นการป้อนกันที่ค่อนข้างจะลำบากสักหน่อย  แต่ไม่นานเท่าไหร่ก็ป้อนจนสำเร็จ  กล้วยหอมทั้งผลไม่มีเหลือเลยแม้แต่สักเซ็นต์
     กุหลาบยืนนิ่งเงียบ ภายในเธอบีบรัดเป็นจึงหวะ ผมสาวออกมอย่างช้า ๆ เนิบ ๆ จวนเจียนที่จะหมดลำนั่นแหละจึงเสือกไสเข้าไปใหม่อีกครั้งอย่างช้า ๆ ไม่รีบร้อนผมทำอยู่อย่างนี้จนกระทั่งกุหลาบครางซี้ด ๆ ไม่ขาดปากเด้งสะโพกเข้าหาอย่างลืมตัว ผมกระซิบถามเธอว่าเจ็บหรือเปล่า กุหลาบไม่ตอบแต่พยักหน้า ผมถามต่อไปอีกว่า..แล้วเสียวไหม เธอพยักหน้ารับแล้วหลับตาลง
     ผมสาวเข้าสาวออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะเร็วขึ้นตามดีกรีความเสียวที่เพิ่มขึ้นมา การร่วมรักกันในน้ำนี้แรงกระแทกกระทั้นจะไม่รุนแรงเหมือนอยู่บนบก แถมยังมีความฝืดคับอีกด้วย นับว่ามีรสชาติดีพิลึก
     กุหลาบบอกผมว่าเธอเมื่อย ผมจึงพาเธอมาที่ท่าน้ำทั้ง ๆ ที่ร่างกายเราสองยังเสียบสอดกันอยู่แบบนั้น  เมื่อมาถึงท่าน้ำผมให้เธอหันหลังให้และเกาะบันไดท่าน้ำไว้ ตัวผมเข้าเสียบเธอทางเบื้องหลัง  กุหลาบอุทานเบา ๆ เมื่อผมขยำนมเธอพร้อม ๆ กับกระแทกกระทั้นเต็มเหนี่ยว    จากนั้นก็ลุยลูกเดียวจนน้ำกระเพื่อม    ยิ่งได้ยินเธอครางผมยิ่งกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้น     ท้ายสุดผมจับสองขาเธอไว้ก่อนกระแทกถี่ยิบอย่างไม่สนใจแล้วว่าจะมีใครได้ยินหรือเห็นการกระทำของผม  กุหลาบกรีดเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวนก่อนที่จะเกร็งไปทั้งกายและฟุบหน้ากับท่าน้ำ ในขณะเดียวกันนั้นผมก็กระแทกกระทั้นเต็มเหนี่ยวเป็นครั้งสุดท้าย  ความอุ่นร้อนกระฉูดใส่ร่องหลืบกุหลาบจนเอ่อล้นปนกันน้ำคลอง
     เรียบร้อยแล้วผมหันไปมองดูรอบ ๆ ตัว ปรากฏว่า เพื่อนผมแต่ละคนกำลังทำอย่างที่ผมทำกับกุหลาบไม่มีผิด  เสียงครางเสียงสูดปากดังระงม  จนผมเกิดอารมณ์อีกครั้งทั้ง ๆ ที่ยังเสียบคาอยู่กับหลืบล้ำลึกของกุหลาบ ซึ่งกุหลาบเองก็อดอุทานออกมาไม่ได้เมื่อมันขยายตัวเหยียดยาวอีกครั้งภายในร่างเธอ
     ผมกระซิบบอกกุหลาบให้ดูเพื่อน ๆ ของเธอว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ เธอหันไปมองแล้วหยิกผม ฮ้า..แบบนี้สวยซิ เธอหยิกผมได้ผมก็กระทุ้งเธอได้เหมือนกัน ว่าแล้วผมจึงเริ่มรอบสองอย่างทำเวลาทันที     คราวนี้ผมจับกุหลาบนั่งสวมและให้เธอเป็นฝ่ายกระแทกกระทั้นบ้าง  เหมือนเดิมครับ..น้ำในคลองกระจายจนกระทั่งเธอถึงจุดสุดยอดนั่นแหละถึงได้หยุดกระเพื่อม
     เป็นอันว่าวันนั้นผมได้ฟันกุหลาบเสียสองรอบจนสะใจ รวมทั้งเพื่อน ๆ ผมด้วยที่โชคดีส้มหล่นใส่เบาสบายตัวไปตาม  ๆ กัน แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็มาเล่นน้ำกันตอนค่ำ ๆ มืด ๆ เป็นประจำ

     โธ่ เล่นน้ำแบบนี้ เล่นทั้งปีก็เอา

ใจจะขาด น้ำตาเธอคลอเบ้าตา “ครูขาาาา…”

เรื่องเสียว ใจจะขาด น้ำตาเธอคลอเบ้าตา “ครูขาาาา…”
สวัสดี ครับ ผมมีเรื่องราวที่ประทับใจเก็บเอาไว้นานแล้ว อยากจะแบ่งปันให้เพื่อนๆได้อ่านกัน เรื่องมันมีอยู่ว่า ผมได้มีโอกาสไปค่ายลูกเสือของจังหวัดมา ผมไม่ใช่ลูกเสือหรอกครับ แต่เป็นครูที่ต้องรับผิดชอบพานักเรียนไปเข้าค่ายลูกเสือ ผมอายุ 26 ปีเป็นครูมา 3 ปีแล้ว เพิ่งจะได้มาค่ายนอกโรงเรียนครั้งนี้เป็นครั้งแรก ดังนั้นงานรับผิดชอบๆสำคัญๆเลยไม่ค่อยมีเท่าไหร่ครับ ได้แต่ดูแลลูกเสือที่ผมพามาให้อยู่ในความเรียบร้อยปลอดภัยเท่านั้นเอง และในค่ายครั้งนี้ไม่ได้มีแต่ลูกเสือเท่านั้นที่มาร่วมค่าย เนตรนารีก็มีมาเหมือนกัน ทั้งสามัญ สามัญรุ่นใหญ่ มากันครบเลยครับ ทีแรกผมเองก็ตั้งใจว่าจะดูแลนักเรียนของตนเองให้มันเสร็จๆเรื่องไป จริงๆก็ไม่ได้อยากมาค่ายนี้ด้วยซ้ำ เพราะเสียเวลาที่จะต้องสอนนักเรียนตั้ง 2 วัน (ค่ายนี้จัด 4 วัน พฤหัสถึงอาทิตย์เลยครับ) แต่สิ่งที่ทำให้ผมลืมเรื่องงานที่โรงเรียนไปเลยก็คือเธอคนนี้ครับ…
นุ่นเป็นเนตรนารีสามัญจากโรงเรียนในจังหวัดเดียวกัน(ขอสงวนนามโรงเรียน นะ ครับ) เธออยู่ ป.6 ครับ มีเพื่อนๆเธอมาด้วยกันอีก 7 คน แต่ผมสนใจนุ่นมากที่สุด เพราะนุ่นเค้าดูสดใส ร่าเริง น่ารัก ผิดกับเนตรนารีคนอื่นๆในค่าย พูดง่ายๆก็คือเห็นแล้วมันเตะตาผมน่ะแหละ ผมได้พบกับเธอครั้งแรกก็ตอนที่ต้องมาลงทะเบียนว่านักเรียนโรงเรียนไหนมากัน กี่คน โรงเรียนของเธอลงทะเบียนต่อจากโรงเรียนของผมพอดีครับ “ขอบคุณค่ะ” เธอยกมือไหว้ผมก่อนจะรับปากกาไปเขียนชื่อของเธอ เสียงขอบคุณของนุ่นฟังแล้วรื่นหูมากเลยครับ ฟังแล้วทำให้ผมรู้สึกได้ว่าเธอขอบคุณผมจากใจจริง และนี่ก็คงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มสนใจในตัวเธอ…
หลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้ว ผมก็ไปช่วยเนตรนารีกลุ่มของนุ่นกางเต้นด้วย พอดีว่าผู้กำกับของพวกเธอคุยธุระอยู่น่ะครับ พวกของนุ่นดูยังเด็กเกินไปที่จะมาค่ายแบบนี้ เพราะนอกจากจะกางเต้นกันไม่เป็นแล้ว พวกเธอยังนั่งเปิดหวอให้ผมดูแทนคำขอบคุณกันแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวด้วย ดีนะที่ผมบังเอิญอยู่แถวนั้น เลยได้เห็นของดีแบบนี้คนเดียว(อ่ะนะ) และจุดเริ่มต้นนี้ก็ทำให้ผมคิดกับนุ่นไกลกว่าที่ครูควรจะคิดกับลูกศิษย์ แต่ในวันนั้นก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่านั้นครับ

ในวันที่สองเป็นวันที่ต้องเดินทางไกล หมู่ลูกเสือของผมได้เดินนำหน้าหมู่ของนุ่น แต่พวกมันเดินกันเร็วแล้วผมก็สนใจกลุ่มของนุ่นมากกว่า (ผู้กำกับของพวกเธอปล่อยปละละเลยอีกตามเคย) เลยกลายเป็นผมเดินนำหน้ากลุ่มของนุ่นไป และระหว่างนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นครับ อากาศวันนี้ค่อนข้างร้อน แม้จะเดินในร่มไม้เพื่อคลายร้อนก็ช่วยไม่ได้มาก ในไม่ช้าระหว่างที่ต้องเดินทางจากฐานที่ห้าไปสู่ฐานที่หก อยู่ๆเธอก็เป็นลมล้มลงไปกองกับพื้น เพื่อนๆของนุ่นรีบเข้าไปมุงกันใหญ่ ผมเองก็ไม่ยอมยืนดูเฉยๆ รีบเข้าดูอาการของนุ่นทันที “ถอดกระดุมเสื้อนุ่นหน่อย จะได้หายใจสะดวกๆ” ผมสั่งพวกเพื่อนสาวของเธอไปตามวิธีการที่ควรจะทำเวลาที่มีคนเป็นลม ในใจตอนนั้นไม่ได้คิดเป็นอย่างอื่นนะครับ แต่แล้วพวกเพื่อนๆของนุ่นก็ทำให้ผมคิดจนได้ พวกเพื่อนๆของนุ่นดันปลดกระดุมเสื้อของเธอออกหมดทุกเม็ดเลยครับ ภาพที่ผมเห็นเบื้องหน้าทำเอาผมอ้าปากค้างไปเลย นุ่นไม่ได้ใส่เสื้อในครับ ภายใต้อกเสื้อที่ขยับขึ้นลงเบาๆตามจังหวะการหายใจ มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ที่กระตุ้นต่อมอยากรู้อยากเห็นของผมยิ่งนัก “พวกเธอออกไปยืนห่างๆหน่อย เดี๋ยวเพื่อนไม่มีอากาศหายใจ” ผมทำเป็นไล่เพื่อนๆของนุ่นออกไป จริงๆแล้วเพราะจะได้เป็นคนดูแลนุ่นอย่างใกล้ชิดนั่นเอง พอได้เข้ามาใกล้ๆนุ่นแล้ว กลิ่นตัวของเธอบวกกับกลิ่นเหงื่อยิ่งทำให้อารมณ์ของผมเตลิดไปไกล “ร้อนมั๊ย…นุ่น” ผมถามทั้งๆที่ยังพัดให้เธออยู่ นุ่นพยักหน้าเบาๆในลักษณะของคนที่อ่อนระโหยโรยแรง ผมมองไปรอบๆให้แน่ใจอีกครั้งว่าไม่มีใครอยู่แถวๆนั้น พวกเพื่อนๆของเธอก็ยืนอยู่ด้านหลังของผม ซึ่งไม่มีโอกาสจะเห็นว่าผมทำอะไรนุ่นบ้าง
“ดีขึ้นรึยัง…” ผมเอ่ยปากถามไป เอาหมวกพัดให้เธอไป ผมแกล้งพัดแรงๆจนเสื้อที่ปิดหน้าอกของเธอกระพือออก จนผมได้เห็นสิ่งที่อยู่ในนั้น นุ่นเริ่มมีหน้าอกแล้วจริงๆครับ มันเป็นเนินนูนขึ้นมาขนาดย่อมๆดูแล้วงดงามมาก หัวนมของเธอเป็นสีชมพูเข้มๆที่ใกล้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเต็มที ผิวพรรณขาวๆของเธอยิ่งชวนให้เนินอกน้อยๆนั้นมีเสน่ห์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เธอส่ายหัวตอบผมเบาๆพร้อมกับส่งสายตาที่อ่อนระโหยโรยแรงมาให้ ผมไม่ควรจะฉวยโอกาสกับนุ่นเลยจริงๆ แต่พอได้เห็นหน้าอกเด็กป.6 ลอยอยู่ตรงหน้าชัดๆแบบนี้ ในหัวผมมีแต่ความสงสัยต่างๆนานาเต็มหัวไปหมด …หน้าอกนุ่นมันจะนิ่มขนาดไหนนะ… …ถ้าเขี่ยโดนหัวนมแล้วนุ่นจะเสียวเหมือนผู้ใหญ่รึเปล่า… …นุ่นจะทำหน้ายังไงเวลาที่เธอเสียว… ทุกเรื่องล้วนแล้วแต่เป็นความคิดอกุศลทั้งสิ้น แต่ผมก็ปล่อยให้มันวนเวียนอยู่ในหัวผมไม่หยุด อากาศที่แสนร้อนส่งผลให้เหงื่อของนุ่นเริ่มออก เมื่อรวมกับความที่เธอยังเด็ก ทำให้ผมกล้าพูดอะไรแผลงๆออกมาอีกจนได้
“เหงื่อออกเต็มเลย เดี๋ยวครูเช็ดให้นะ” ผมล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา พับเป็นผืนสี่เหลี่ยมเล็กๆแล้วประทับลงบนยอดอกของนุ่น ผ้าเช็ดหน้าผมเล็กกว่ามือ ทำให้นิ้วทั้งสี่ของผมสัมผัสกับผิวของเธอโดยตรง ผมลากมือจากบนลงล่างเช็ดเหงื่อให้เธอด้วยความทะนุถนอม ใบหน้าภายนอกของผมนั้นดูเฉยเมย แต่ในใจผมอยากจะร้องตะโกนออกไปด้วยความสุขใจ เนินอกของนุ่นนิ่มมือผมมากครับ เป็นครั้งแรกที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสหน้าอกของเด็กผู้หญิงจริงๆ มันจะเป็นความทรงจำที่ประทับใจผมไม่ลืมแน่นอน ผมทำทีเป็นเช็ดตรงโน้นตรงนี้ แล้วก็แวะมาที่หน้าอกของนุ่นบ่อยๆ ใจเธอเต้นถี่รัวกว่าปกติจนผมรู้สึกได้ ในไม่ช้าผมก็รู้สึกว่าหัวนมของนุ่นมันแข็งตัวขึ้นมาครับ มันตั้งยอดชี้ขึ้นฟ้าให้เห็นเด่นชัด ผมได้แต่จ้องมันด้วยความรู้สึกทึ่งเป็นที่สุด เด็กป.6อย่างนุ่นก็รู้จักมีอารมณ์เป็นเหมือนกัน ได้เห็นแบบนี้แล้วเจ้าหนูของผมมันก็เริ่มคึกคักขึ้นมาทันที มันคงอยากจะทำหน้าที่ของมันเต็มที่แล้ว แต่ผมคงยอมให้มันทำลายชีวิตของผมไม่ได้หรอก
“เป็นลมอย่างนี้บ่อยมั๊ย” ผมหาเรื่องอื่นถาม ไม่อยากให้บรรยากาศมันดูตึงเครียดเกินไป เพราะดูเหมือนตอนนี้นุ่นจะไม่กล้าสบตาผมแล้ว(ซึ่งมันก็น่าจะเป็นอย่างนั้น นั่นแหละ) นุ่นส่ายหน้าแล้วก็ตอบผมว่า “เมื่อเช้าหนูไม่ได้กิน ข้าวมาค่ะ” เธอตอบแบบไม่มองหน้าผม แอบสังเกตที่นิ้วของเธอก็เห็นว่านุ่นเอานิ้วเขี่ยต้นหญ้าแถวนั้นเล่น ให้ตายสิ…นี่มันเป็นอาการเสียวของเด็กป.6ที่ดูน่ารักมากๆเลยนะครับ “นั่นไง…ครูว่าแล้วเชียว ดูสิ…หัวนมถึงได้ตั้งแบบเนี่ยะ” ผมหาเรื่องหลอกนุ่นจะได้จับหน้าอกเธอได้โดยที่เธอไม่รู้สึกผิดปกติ สำหรับเด็กที่ยังไม่ประสีประสาแบบนี้ ไม่มีทางตามอุบายของผมทันอยู่แล้ว ผมได้ทีเลยเอานิ้วชี้คลึงหัวนมของนุ่นเล่น เด็กสาวถึงกับถอนหายใจเฮือก แล้วก็บิดตัวไปมาเล็กน้อย แบบว่านอนอยู่เฉยๆไม่ได้น่ะครับ “อึดอัดแย่เลยใช่มั๊ย…” นุ่นรีบพยักหน้าทั้งๆที่ยังโดนผมเขี่ยหัวนมอยู่ เธอคงยังไม่รู้ว่าความเสียวที่เธอกำลังเผชิญอยู่นั้น มันต่างจากความอึดอัดยังไง ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้งานของผมง่ายเข้าไปอีก
“ครูอยากจะช่วยนุ่นนะ แต่นุ่นต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใคร เพราะวิธีนี้มันอันตราย(กับครู…เหอะๆๆ)” นุ่นทำหน้างงๆ “แต่ไม่ต้องห่วง ไม่เจ็บหรอก ครูเรียนวิธีนี้มา…โอเคนะ” ผมปลอบให้เธอสบายใจขึ้น นุ่นพยักหน้ากำลังจะเข้าทางผมอยู่แล้ว พวกเพื่อนๆของนุ่นก็เข้ามาถามอาการของเธอ ผมรีบดึงเสื้อของนุ่นมาปิดไว้ตามเดิม นุ่นลุกขึ้นนั่งแล้วก็ติดกระดุมเสื้อของเธออย่างเขินๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนให้เพื่อนเห็นว่าเธอเดินไหวดีแล้ว ในตอนนั้นผมล่ะหน้าซีดเลย กลัวว่านุ่นจะบอกเรื่องนี้กับเพื่อนๆของเธอ แต่จนแล้วจนรอดตลอดเวลาที่พวกเธอเดินทางไกลหลังจากนั้น ก็ไม่มีทีท่าว่านุ่นจะพูดเรื่องระหว่างผมกับเธอให้ใครฟังเลย นุ่นเองก็ดูจะสบายดีแล้ว ผมก็หมดห่วง จึงขอแยกตัวไปดูแลเจ้าพวกลูกเสือของผม

กลับมาถึงค่ายลูกเสือก็เวลาเที่ยงพอดีครับ กับข้าวมื้อเที่ยงเป็นผัดผักกับไก่ทอดใส่ถาดหลุม ลูกเสือหมู่ที่มาถึงก่อนก็มาเข้าแถวรับข้าวไปก่อน ลูกเสือของผมมาถึงเป็นกลุ่มแรกๆ ผมก็ตักข้าวแล้วไปนั่งกินกับพวกลูกเสือโรงเรียนของผม คุยกันเรื่องฐานเดินทางไกลวันนี้ไปซักพัก เนตรนารีหมู่ของนุ่นก็เดินมาครับ ต่างคนต่างก็ถือถาดอาหารมาคนละอัน เดินหาที่นั่งทานกันอยู่ พอดีว่าที่นั่งไม่ไกลจากที่ผมนั่งมากนักมีที่ว่างพอดี พวกเธอจึงไปนั่งที่นั่น ทีแรกผมก็ว่าจะทำเป็นไม่สนใจพวกเธอ แต่แล้วผมก็ทำใจนิ่งเฉยไม่ได้ครับ ลูกเสือในหมู่ของผมอยู่ๆก็หัวเราะขึ้นมาแล้วก็ชี้ให้เพื่อนๆในกลุ่มดูกัน ใหญ่ ผมถึงได้รู้ตัวทีหลังว่านุ่นเปิดหวอเป็นอาหารตาให้เจ้าพวกลูกเสือของผมซะ แล้ว สีเดิมเลยครับ…สีชมพู “นี่! ก้มหน้าก้มตากินข้าวไป ใครหันไปมองอีก ครูจะเอาไม้จิ้มตาพวกเธอ” ผมพูดขู่เด็กๆของผมจากใจจริงเลยครับ ไม้ก็ถือเตรียมไว้แล้วด้วย พอกำหราบเด็กๆของผมเสร็จผมก็หันไปทางนุ่น ชี้ให้เพื่อนๆของเธอรู้ว่านุ่นทำอะไรลงไป พอนุ่นรู้ตัวเข้าก็รีบหุบขาแล้วหันหน้าหนีผมทันที ทั้งลูกเสือของผมและเนตรนารีเพื่อนของนุ่นหัวเราะกันใหญ่ ผมห้ามความคิดพวกเธอไม่ได้ ได้แต่หันมาปรามเด็กๆของผมเท่านั้น ผมอบรมเจ้าพวกจอมทะลึ่งทั้งหลายไปยกใหญ่ จะว่าไปก็รู้สึกเหมือนใส่อารมณ์หึงหวงเข้าไปนิดๆด้วยนะ
ผมไม่ได้เจอกับพวกของนุ่นอีกเลยจนถึงเย็น เพราะช่วงบ่ายเป็นการอบรมกลุ่มย่อยและโรงเรียนของเราก็ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม เดียวกัน พอได้พบกันนุ่นก็จะรีบเดินหนีหน้าผมไปทันที ตามมาด้วยพลพรรคของนุ่นที่คอยกระเซ้าเย้าแหย่เธอ เห็นแบบนั้นผมก็สงสารนุ่นอยู่เหมือนกัน แต่อีกใจนึงก็โล่งอก เพราะจนป่านนี้ก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะมีใครรู้เรื่องที่ผมทำกับนุ่นเมื่อช่วง เช้าเลย ผมได้แต่กำชับตัวเองว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่เกิดเรื่องวุ่นวาย แต่ผมก็เตือนตัวเองแบบนั้นได้ไม่ถึงครึ่งวันครับ คืนวันนั้นก็เกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้…

ตกกลางคืนทางค่ายลูกเสือให้นักเรียนเข้านอนก่อนห้าทุ่ม ส่วนคุณครูที่เป็นผู้กำกับก็ต้องคอยดูแลความปลอยภัยให้กับนักเรียนทั้งคืน ก็ผลัดเปลี่ยนกันคนละ 3 ชั่วโมงน่ะครับ แล้วผมก็ได้ช่วงเที่ยงคืนถึงตีสาม ตำแหน่งที่ดูแลก็ระหว่างเต้นท์เนตรนารีกับลูกเสือพอดี (ก็ค่ายนี้มีทั้งชายหญิง เวลากางเต้นท์นอนใกล้ๆกันแบบนี้ มันก็ต้องมีผู้กำกับคอยดูแลหน่อย) ผมเตรียมเก้าอี้มานั่งตามตำแหน่งเหมือนวันแรก บรรยากาศตอนกลางคืนนั้นหนาวมาก ผมใส่ชุดค่อยข้างหนาเพื่อสู้กับความหนาวเย็นนั่น นั่งเฝ้าพรมแดนชายหญิงไปซักพักเต้นท์ของนุ่นก็มีปฏิกิริยา เหมือนกับมีคนลุกขึ้นมา ผมส่องไฟฉายไปทางนั้น ลุ้นว่าใครกำลังจะออกมา และแล้วก็เป็นนุ่นครับที่ออกมาจากเต้นท์ “ดึกแล้วนะ…นอนได้แล้ว” ผมบอกเธอเหมือนๆกับบอกลูกเสือคนอื่นๆที่ชอบตื่นขึ้นมากลางดึก แต่ในใจนั้นแสนจะดีใจที่มีโอกาสเจอกันเธออีกครั้ง “หนูจะไปเข้าห้องน้ำค่ะ” ดูเธอยังงัวเงียเพราะเพิ่งจะตื่นนอนมา พูดจาก็ยังฟังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ “แต่เพื่อนไม่ยอมตื่นไปกับหนูด้วย” ก็แน่ล่ะ…ใครอยากจะตื่นกลางดึกไปรอเพื่อนฉี่ทั้งๆที่ต้องเดินทางไกลทั้ง วันกันล่ะ และแถวนั้นก็ไม่มีผู้กำกับหญิงคนอื่นเลย(หลับหมดแล้ว) ผมจึงอาสาพานุ่นไปเองครับ เป็นไง…ดูเป็นสุภาพบุรุษดีใช่มั๊ยล่ะ
นุ่นใส่ชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีแดงๆ แบบที่ผู้หญิงชอบใส่ไปวิ่งจ๊อกกิ้งกันน่ะครับ ขาขาวๆของนุ่นแม้ในยามดึกที่ไม่ค่อยมีแสงไฟ มันก็ยังน่ามองอยู่ดี เธอค่อยๆเดินเข้ามาหาผม แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็ไปสะดุดกับสายเต้นที่เขาขึงเอาไว้ แล้วถลาเข้ามาหาผม จังหวะมันกระทันหันมาก ผมก้มลงคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ทัน ใบหน้าของนุ่นซบลงเหนือหน้าอกผม หน้าผากเธอก็ตรงกับปากผมพอดี บรรยากาศรอบๆข้างที่หนาวเย็นก็ดูจะเป็นใจ ผมประคองร่างของนุ่นที่ทั้งอ่อนนุ่มแล้วก็เบาหวิวสมกับชื่อของเธอ พร้อมกับฉวยโอกาสที่ไม่น่าจะมีบ่อยนัก จูบเธอที่หน้าผากจังๆไปหนึ่งที “เป็นอะไรรึเปล่า…” พร้อมกันนั้นก็เอ่ยปากถามเด็กสาว โดยมือของผมก็ยังคงประคองเธอเอาไว้ไม่ปล่อย “อ่ะ…เอ่อ… ขอโทษค่ะครู” นุ่นยังตกใจที่ตนเองถลามาล้มใส่ผม จนไม่รู้ว่าจริงๆแล้วผมโคตรจะดีใจเลย “ครูถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า…ไม่ได้ให้ขอโทษครูซะหน่อย” ผมไม่รับคำขอโทษของนุ่น พร้อมกับจูบหน้าผากเธอแถมไปอีกรอบ คราวนี้ปฏิกิริยาของนุ่นคือนิ่งไปเลยครับ เธอคงรู้แล้วว่าผมทำอะไรลงไปกับเธอ
ยิ่งได้ใกล้ชิดนุ่นแบบนี้ผมยิ่งรู้สึกรักเธอขึ้นทุกที ผมแกล้งเอามือจับหน้าอกนุ่นพยุงเธอให้ลุกขึ้นยืน แล้วก็ทิ้งมือเอาไว้อย่างนั้น “ลุกไหวมั๊ย” นุ่นพยักหน้าตอบผมโดยไม่มีท่าทีจะปัดป้องหน้าอกของเธอเลย ไม่รู้ว่าเคยชินที่ถูกผมจับแล้วหรือว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ “เดินตามครูมาละกัน เดี๋ยวสะดุดเต้นท์คนอื่นอีก” ผมจับมือนุ่นจูงเธอเดินผ่านแนวที่ลูกเสือกางเต้นท์กัน มือของนุ่นทั้งนิ่มทั้งอุ่นจนผมรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับมัน จนกระทั่งมาถึงหน้าห้องน้ำที่แยกออกมาจากตัวค่าย ไกลออกไปประมาณ 100 เมตร ผมปล่อยให้นุ่นเข้าไปทำธุระส่วนตัวของเธอ คิดอะไรเพลินๆไปซักพักนุ่นก็ทำธุระเสร็จ เธอเดินออกมาพร้อมกับใบหน้าอายๆ ดูเหมือนเธอมีอะไรจะพูดกับผม แต่ก็ไม่พูด ผมจึงขอเสี่ยงเป็นฝ่ายถามก่อนเสียเอง
“ว่าไง…หัวนมแข็งขึ้นมาอีกรึไง…” ผมถามทีเล่นทีจริงไป เดาจากอาการของเธอ พอนุ่นได้ยินที่ผมถามเข้าเธอก็พนักหน้าเบาๆหนึ่งที แต่ฝ่ายผมพอได้เห็นเธอตอบแบบนั้นแล้วโคตรจะดีใจเลย โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆนะเนี่ยะ “อยู่ๆมันก็แข็งขึ้นมาอีกอ่ะค่ะ” เด็กสาวก้มหน้าทำท่าเหมือนสำนึกผิดที่มารบกวนผม แต่ผมเดาว่าเธอคงจะอายมากกว่าที่มาขอให้ผมช่วยดูอาการของเธอ ซึ่งมันก็ดีแล้ว(ขืนไปขอให้ผู้กำกับของเธอช่วย ผมเองแหละจะซวยเอา) “งั้น…ตามครูมานี่” ผมพานุ่นหลบไปหลังห้องน้ำ แสงไฟส่องมาไม่ถึง เราแทบจะมองไม่เห็นหน้ากันและกัน แต่นั่นก็ทำให้คนภายนอกไม่เห็นเราเช่นกัน ผมให้นุ่นนั่งกับแคร่ไม้บริเวณนั้นผมนั่งข้างๆเธอ แล้วบอกเธอให้ถกเสื้อขึ้น นุ่นยอมทำตามอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ผมสอดมือเข้าไปคว้าหน้าอกของเธออีกครั้ง มันยังคงนุ่มนิ่มสมชื่อเจ้าของอยู่เหมือนเคย ผมไล่นิ้วไปจนกระทั่งโดนหัวนมของนุ่นที่รออยู่ มันแข็งขึ้นมาอย่างที่เธอบอกจริงๆครับ “อืม…สงสัยอาการจะกำเริบนะนุ่น” ผมพูดอย่างนั้นพร้อมกับจับเธอนั่งตักผม “ขอครูเช็คอาการให้แน่ใจหน่อยนะ” ด้วยท่านี้ทำให้ผมสามารถจับนมทั้งสองข้างของนุ่นได้สะดวก นิ้วชี้กับนิ้วโป้งสลับกับถูไถหัวนมของนุ่นไม่หยุด ให้เธอรู้สึกว่าผมกำลังเช็คอาการของเธออยู่ นุ่นแสดงอาการออกมาโดยมีลมหายใจแผ่วๆให้ผมได้ยิน “นอกจากตรงหัวนมแล้ว… มีตรงไหนอีกมั๊ยที่แข็งขึ้นมา” ท่าทางนุ่นจะยังไม่เคยรู้สึกตัว หรือเพราะไม่กล้าที่จะตอบก็ไม่รู้ เธอนิ่งไปครู่ใหญ่ไม่ยอมตอบคำถามผม “ถ้าไม่ตอบตามตรง ครูช่วยนุ่นไม่ได้นะ” ผมพยายามพูดชักจูงนุ่นให้ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเชิญชวน ไม่ใช่บังคับ “เอ่อ…มีค่ะครู…” ในที่สุดนุ่นก็ตอบ “ตรง…” นุ่นอ้ำๆอึ้งๆไม่ยอมตอบตรงๆ ผมเองก็ไม่ได้บังคับจะให้เธอตอบให้ได้ เดาจากท่าทางก็พอจะรู้
“งั้นขอครูตรวจดูตรงนั้นด้วยได้มั๊ย” อีกครั้งที่ผมเชิญชวนเธอให้ยอมผม นุ่นนิ่งไปอีกครั้งและผมก็ถือว่าท่าทีนั้นเป็นการตกลง ผมยอมให้มือขวาข้างที่ถนัดละออกจากหน้าอกนุ่นลงไปสู่เป้าหมายที่อยู่ต่ำกว่า ไม่เสียเวลามากนักในที่สุดมือผมก็มุดเข้าไปในกางเกงในของนุ่น สอดนิ้วกลางเข้าไปหาปุ่มสยิวที่เธอหวงแหน สะกิดมันเพียงเล็กน้อย นุ่นก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมาพยายามจะส่ายเอวหนีสัมผัสจากผม “อ่อ…ครูเจอแล้ว ไม่ต้องกลัวนะนุ่น ครูจะทำให้นุ่นสบายขึ้นเอง” ว่าแล้วผมก็ดันนิ้วกลางลงลึกไปถึงรูสยิวของนุ่น สัมผัสบริเวณนั้นเจิ่งนองไปหมด ทีแรกผมคิดว่าเป็นฉี่ของเธอเพราะเพิ่งเข้าห้องน้ำมา แต่พอแตะดีๆก็รู้สึกว่ามันเหนียวๆ นี่แสดงว่าร่างกายของนุ่นมีทุกอย่างที่เพียบพร้อมสำหรับการเจริญพันธุ์แล้ว สินะ
ข่าวดีนี้ทำเอาผมหน้ามืดตามัวไปหมด มาถึงขั้นนี้แล้วจะไม่ลุยให้ถึงที่สุดก็น่าเสียดายแย่ “ถอดกางเกงออกซิคนเก่ง ขอครูดูให้ชัดๆหน่อย” ท่าทางนุ่นจะเริ่มเคลิบเลิ้มไปกับผมด้วยเหมือนกัน เธอถอดทั้งกางเกงและกางเกงในออกอย่างว่าง่าย วางกองทิ้งเอาไว้กับพื้น ผมสั่งให้นุ่นถ่างขาออกเธอก็ทำ ผมละมือซ้ายไปคว้าไฟฉายมาเปิดส่องร่องรักของนุ่น แสงจากไฟฉายสะท้อนกลีบสวาทของเธอเป็นสีชมพูดูงดงามมาก รูของเธอยังดูใหม่ไม่เคยมีใครได้ล่วงล้ำมาก่อนแน่นอน และผมจะเป็นคนแรกของมัน แต่ผมจะไม่บอกความจริงทั้งหมดหรอก “อืม…ดีนะที่นุ่นมาให้ครูดูตอนนี้น่ะ ถ้าช้ากว่านี้อาจจะไม่ทันแล้วก็ได้” ติ่งเสียวน้อยๆที่ซ่อนอยู่ถูกผมเขี่ยไปมาตลอดไม่ปล่อยให้พัก นุ่นขยับตัวไปมาบนตักของผมพยายามจะระบายความเสียวด้วยการกำชายเสื้อของเธอ “นุ่นจะยอมให้ครูรักษารึเปล่า…” เด็กสาวพยักหน้า “แน่ใจนะว่านุ่นจะไม่บอกเรื่องที่ครูรักษานุ่นให้ใครฟัง” นุ่นพยักหน้าอีกครั้งพร้อมกับกลืนน้ำลายเพราะความเสียว “วิธีรักษามีหนทางเดียวคือนุ่นต้องยอมให้ครูเย็ดนะ” คราวนี้นุ่นนิ่งเงียบไปไม่พยักหน้าตอบเหมือนเคยครับ แสดงว่าเธอยังพอมีสติอยู่ และมันก็ทำให้ผมเสียวมาก กลัวว่าเธอจะไม่เอาด้วย “เย็ดนี่… หมายถึงเอากันใช่มั๊ยคะ” ผมพยักหน้าตอบนุ่น แน่นอนว่านิ้วผมก็ยังวนเวียนอยู่ที่ติ่งสยิวของนุ่นอยู่ “การเย็ดกันจะทำให้นุ่นรู้สึกสบาย นุ่นจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้ไง” ผมให้คำอธิบายเสริม ดูท่าทางเธอจะทรมานกับความเสียวที่ผมสร้างให้เธอมากทีเดียว เพราะในไม่ช้านุ่นก็ตอบตกลงรับการ(เย็ด)รักษาจากผม
ผมจับนุ่นพลิกไปนอนหงายอยู่บนแคร่ ถอดกางเกงของตัวเองออก ของผมมันไม่ใหญ่มากหรอกครับ ขนาดขยายเต็มที่แล้วก็ยังใหญ่กว่านิ้วโป้งไม่มากนัก ซึ่งก็น่าจะเป็นผลดีกับตัวนุ่นมากกว่า “หลับตาซะ ทำตัวตามสบายนะ ถ้าเจ็บจนทนไม่ไหวก็บอกครูเบาๆนะ” ผมกำชับเด็กสาว ไม่อยากให้เธอร้องลั่นค่ายให้ใครมาเห็นเข้า นุ่นพยักหน้าตอบแล้วก็หลับตาตามคำสั่ง ผมจึงจับขาเธอแยกออก แหวกกลีบเสียวของเธอ แล้วค่อยๆส่งเจ้าดิ๊กของผมมุดเข้าร่องสยิวของนุ่น น้ำเสียวของเธอช่วยให้งานของผมง่ายขึ้น เจ้าดิ๊กค่อยๆมุดเข้าไปเรื่อยๆ โดยที่นุ่นออกอาการเพียงเสียงครางในลำคอเท่านั้นเอง แต่สำหรับผมแล้วสัมผัสสุดสยิวนี้ยิ่งกว่าความฝันซะอีก ร่องเสียวของเธอตอดรัดเจ้าดิ๊กของผมอย่างแนบแน่น แม้จะอึดอัดแต่ก็ให้ความรู้สึกที่ดีจนไม่อยากจะทำอะไรอย่างอื่น ผมดันเข้าไปจนกระทั่งชนอะไรบางอย่างเข้า ทำเอานุ่นสะดุ้งขึ้นมาเลย “ตรงนี้จะเจ็บหน่อยนะ… ไหวมั๊ย” ผมเอ่ยถามความสมัครใจก่อนจะทำลายความบริสุทธิ์ของนุ่น เด็กสาวลืมตาขึ้นมามองผม ส่งสายตาประมาณว่าไม่อยากให้ผมทำเธอเจ็บ แต่ตอนนี้มันหยุดไม่ได้แล้วครับ เจ็บก็ต้องเจ็บล่ะนะนุ่นเอ๋ย…
“อืออออออ!” ผมดันเจ้าดิ๊กทะลุผ่านสิ่งที่กางกั้นความสุขของผมขาดสะบั้นไม่มีชิ้นดี นุ่นพยายามกลั้นใจไม่ร้องออกมาดังๆ ซึ่งผมต้องก็ยอมรับความอดทนของเธอเป็นอย่างมาก ใจจริงนุ่นคงอยากจะร้องออกมาดังๆใจจะขาด น้ำตาเธอคลอเบ้าตา “ครูขาาาา…” น้ำเสียงสั่นเครือจนผมเองก็พลอยรู้สึกสงสารเธอไปด้วย “ไม่ต้องกลัวนะนุ่น เวลาฉีดยาก็ต้องเจ็บแบบนี้แหละ เจ็บแค่ตอนนี้เท่านั้น หลังจากนี้จะสบายแล้ว” ผมปลอบนุ่น ลูบหัวเบาๆ แล้วก็หอมแก้มเธอ ปล่อยเจ้าดิ๊กให้พักอยู่ในร่องสยิวของนุ่นชั่วคราว จนกระทั่งนุ่นหายจากอาการตกใจแล้ว แน่นนอนว่าเธอยังเจ็บอยู่ “ต่อนะ…” นุ่นใจแข็งมาก เธอพยักหน้าตอบผมทั้งๆที่ยังเจ็บอยู่ ผมจึงเริ่มซอยเจ้าดิ๊กของผมใส่ร่องสยิวของนุ่นอย่างไม่เร่งร้อน “เก่งมาก…นุ่น เป็นเนตรนารีต้องอดทนให้ได้แบบนี้นะ” ผมกล่าวชมเธอต่างๆนานา อยากให้นุ่นรู้สึกว่าการที่เธอยอมให้ผมเย็ดมันเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง ไม่รู้ว่านุ่นฟังอยู่รึเปล่า เพราะเธอเอาแต่หลับตาปี๋ ส่ายหัวไปมาไม่หยุด
เมื่อเห็นว่านุ่นไม่ร้องเสียงดังแน่ๆแล้ว ผมจึงเริ่มซอยเจ้าดิ๊กให้เร็วขึ้น ปากก็ระดมไซ้ซอกคอของนุ่น สูดดมกลิ่นเหงื่อของเธอที่ไหลซึมออกมา กลิ่นของนุ่นบวกกับเสียงครางของเธอยิ่งทำให้ผมมีอารมณ์ ผมจับขานุ่นยกขึ้นชี้ฟ้าทั้งสองข้างแล้วก็ซอยต่อ ดูเหมือนเสียงร้องบ่นว่าเจ็บของเธอจะหายไปแล้ว เหลือแต่เสียงครางเพราะความเสียวเท่านั้น “เป็นไงบ้างนุ่น… ยังอึดอัดอยู่มั๊ย” นุ่นพยักหน้าปะหลกๆ ดูสีหน้าเธอเหมือนจะอึดอัดซะยิ่งกว่าตอนแรกซะอีก “งั้นครูคงต้องซอยให้เร็วขึ้นอีกนะ” นุ่นพยักหน้ายอมรับชะตากรรมของเธอ ผมก็ไม่รอช้าซอยเจ้าดิ๊กสุดกำลังใส่ร่องสยิวของนุ่น ภายในรูของเธอนั้นขมิบตอดรัดเจ้าดิ๊กของผมอย่างแนบแน่น ดูท่าทางมันเองก็ไม่อยากปล่อยให้เจ้าดิ๊กของผมหลุดไปเหมือนกัน “อาาาา…ใกล้แล้วล่ะนุ่น ใกล้จะเสร็จแล้ว” เด็กสาวป.6ที่ไร้ประสบการณ์ ตอนนี้นอนดิ้นไปมาเพราะความเสียวที่ผมมอบให้ เธอทำหน้างอเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่ก็ยังใจแข็งอดทนมาจนถึงช่วงโค้งสุดท้าย “อืออออ…อือออออ…อือออออ” สิ้นเสียงอือที่สามของนุ่น ผมก็ถึงสวรรค์ ดูเหมือนนุ่นก็คงจะเสร็จพร้อมผมด้วย เพราะตัวเธอกระตุกร่องเสียวก็ขมิบเป็นระยะๆ เจ้าดิ๊กของผมพ่นน้ำใส่นุ่นอย่างไม่มียั้ง ไม่รู้ว่าเยอะแค่ไหน แต่รู้ว่าผมมีความสุขที่สุดในชีวิตเลย ร่องเสียวของนุ่นจะอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกนานแสนนานแน่นอน

ผมคาเจ้าดิ๊กเอาไว้พักหนึ่งให้นุ่นได้นอนพัก ก่อนจะค่อยๆถอนมันออกมาเบาๆ แล้วเก็บเข้ากางเกงของผม นุ่นค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมาโดยมีผมโอบเธอเอาไว้จากด้านหลัง “เป็นยังไง สบายขึ้นรึยัง” ดูนุ่นยังคงงงๆอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ “ครูรักษาให้นุ่นเสร็จแล้วนะ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว” ผมบอกไปอย่างนั้น นุ่นก็ยกมือไหว้ขอบคุณผม โอ้โฮ…มันเป็นภาพที่ประทับใจผมมากเลยครับ ลองคิดดูสิ ผมเย็ดระบายความใคร่ใส่นุ่น เสร็จงานแล้วเธอก็ยกมือไหว้ขอบคุณที่ผมเย็ดเธอ “มันยังไม่หายขาดหรอกนะนุ่น ถ้ารู้สึกอยากให้ครูเย็ดอีกก็มาหาครูได้นะ…ทุกเมื่อเลย” ผมลูบหัวเธอ ให้กำลังใจเธอแล้วก็ช่วยเธอแต่งตัว จากนั้นเราสองคนก็เดินจูงมือกันไปที่เต้นของนุ่น ระหว่างทางเราคุยกันหลายต่อหลายเรื่อง ผมกำชับเธอไม่ให้บอกเรื่องที่ผมรักษาเธอให้ใครฟัง ดูนุ่นเองก็คงไม่อยากจะเล่าให้ใครรู้เหมือนกัน ผมจึงสบายใจขึ้น ก่อนนุ่นจะมุดเข้าเต้นของเธอไป ผมหอมแก้มเธอหนึ่งทีบอกว่าราตรีสวัสดิ์ เวลานั้นเกือบจะตีสามอยู่แล้ว นุ่นส่งยิ้มมาให้ผมก่อนจะรูดซิบปิดเต้นของเธอแล้วเข้านอน ส่วนผม..หมดเวลาเวรของผมแล้ว รู้สึกเพลียมากจึงแยกไปนอนเช่นเดียวกัน

'' เอาเลยสิวะ ทางสะดวกแล้ว ''

เรื่องเสียว '' เอาเลยสิวะ ทางสะดวกแล้ว ''
 เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ปี 3 ซึ่งกำลังห้าวเลยครับ เพราะว่าเริ่มมีผู้คนรู้จักมากมาย แถมยังเพิ่งได้รถจากที่บ้านมาใช้อีก อยากไปไหนก็ไปได้ วันนั้นผมไปหอสมุดในมหาลัย แล้วไปเจอรุ่นน้องผม มันก็มาหวัดดีและก็คุยกับผมได้สักพัก มันก็เจอเพื่อนของมัน ซึ่งเป็น 2 สาว พวกเค้าเข้ามาทักรุ่นน้องผม แต่ผมนี่สิ รู้สึกสะดุดตากับเพื่อนของรุ่นน้องผมอยู่คนนึง น่ารักมาก ขาวจั๊ว หน้าใส ตากลมโต หุ่นก็กำลังน่าฟัดเลยทีเดียว รุ่นน้องผมมันก็แนะนำผมให้พวกเธอรู้จักว่าผมคือรุ่นพี่ของมันนะ และด้วยความห้าวของผมเลยไปหยอกล้อคนที่ผมเล็งไว้ ซึ่งเธอก็เล่นด้วยแฮะ พอแยกทางกันผมก็ชักจะรู้จักเธอขึ้นมากกว่านี้แล้วสิ เลยไปขอเบอร์ติดต่อของเธอจากไอ้รุ่นน้องของผม แล้วเย็นนั้นผมก็ติดต่อไป คุยไปคุยมาผมก็รู้สึกว่าเราคุยกันได้สนุกดีนะ ชักอยากคบแล้วสิเรา แต่ว่าตอนนั้นผมก็กะหม้อเฉย ๆ เพราะแฟนผมก็มีแล้ว แต่ว่าเขาอยู่ไกลถึง กทม.ส่วนผมมาเรียนที่เชียงใหม่เลยอยากมีสาวที่รู้ใจที่นี่บ้าง จากที่ติดต่อกันได้สักประมาณ 1 เดือน ผมก็รู้สึกว่าชอบเธอเข้าแล้ว และดูเธอเองก็สนใจผมอยู่ไม่น้อย แต่ติดอยู่ที่ว่าผมมีแฟนแล้ว และกลัวเธอจะจับได้เลยได้แค่หม้อเฉย ๆ ไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวอะไรกันเลย (ทั้ง ๆ ที่ถ้าคิดจะทำก็ได้) และแล้วความลับมันก็ไม่มีในโลก ตอนปิดเทอมผมกลับบ้านที่ กทม.แฟนผมจับได้ว่าผมกำลังหม้อสาวอื่นอยู่ และเธอก็ยื่นคำขาดเลยว่าจะเลือกใคร ผมก็ต้องเลือกแฟนผมอยู่แล้วสิ พอกัลบมาเชียงใหม่ผมเลลยตัดสินใจรวบรวมความกล้า แต่กว่าจะกล้าได้ก็นอนไม่หลับมาหลายคืน เพราะน้องคนนี้บอบบางเกินที่จะรับเรื่องแบบนี้แน่ ๆ และผมก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจผู้หญิงดี ๆ แบบเธอด้วย แต่ก็ตัดใจไปหาเธอที่หอ เธอก็แปลกใจว่าจู่ ๆ มาหาเธอเลย เพราะทุกทีเวลาผมจะไปหาเธอผมจะโทรบอกตลอด และเธอก็คิดว่าผมจะชวนเธอไปทานข้าวเย็นด้วยกัน “งั้นรอเราก่อนนะต่อ เราจะไปเอากระเป๋าตังค์กับมือถือไปกินข้าว” ผมเลยบอกเธอว่า “ที่มานี่ไม่ได้ชวนไปกินข้าวหรอก มีเรื่องจะคุยด้วย” เธอก็คิดว่าผมมีเรื่องเซ็ง ๆ มาระบายเฉย ๆ เลยทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธุ์ยินดีที่จะรับฟังเรื่องของผม ผมเลยชวนไปนั่งที่ระเบียงหอ (คือว่ามันเป็นหอหญิงน่ะครับ ผู้ชายมาคุยได้แค่ข้างล่างเท่านั้น) ผมบอกเธอตรง ๆ ไปเลยว่าผมมีแฟนแล้ว ขอโทษที่ให้ความหวังกับเธอ เธอได้ยินแบบนี้เธอร้องไห้โฮเลยครับ ตอนนั้นไม่รู้ผมพูดไปได้ไงในที่แบบนั้น มันน่าจะหาที่เงียบ ๆ คุยกันมากกว่า เธอวิ่งหนีไปผมเลยต้องตามเธอเพื่อไปปลอบ เธอเสียใจมาก ร้องไห้ไปและระบายความรู้สึกของเธอออกมาจนหมด “ทำไมต่อไม่บอกเราแต่แรก ให้ความหวังกันทำไม” ผมปลอบเธอจนหยุดร้องไห้ และไปส่งเธอที่หอ ส่วนตัวผมก็ไปกินเหล้าย้อมใจ ช่วงเวลานั้นผมเองก็เสียใจ และทำตัวเสเพลมาก ไปเที่ยวผับก็จ้องแต่ไปหาสาวมาเย็ด ช่วงนั้นเลยได้เย็ดประจำ เฉลี่ยเดือนละ 3-4 คนได้ เหตุการณ์ผ่านมา 3 เดือน วันนั้นผมนอนเล่นที่หอก็มีเสียง call ขึ้นมาให้ผมลงไปรับโทรศัพท์ด้วย ผมก็ไปรับ เป็นเสียงที่ไม่ได้ยินมานานมาก น้องตาลโทรมาหาผม บอกว่าคิดถึงเลยโทรหา ไม่ติดต่อเราเลยนะช่วงนี้ ผมก็งง ๆ ว่าทำไมเธอยังกลับมาหาผมอีก ทั้ง ๆ ที่ผมยอมตัดใจจากเธอไปแล้ว จากนั้นก็เหมือนหนังเก่ามาฉายซ้ำแหละครับ ความกะล่อน+ความไม่เด็ดขาดของผมจึงทำให้ผมคบกับเธอต่อ คราวนี้ยิ่งกว่าเดิมครับ เหมือนแฟนกันจริง ๆ ไปไหนก็เดินจูงมือกันตลอด มีหยอกล้อกันจนคนอื่นคิดว่าเป็นแฟนกันจริง ๆ และความชั่วของผมมันก็ผุดขึ้นมาทันที หาทางวางแผนเย็ดเธอให้ได้ล่ะวะทีนี้ เป็นไงเป็นกัน แต่ผมยังมีความเป็นคนดีอยู่พอตัว กลัวไปทำร้ายจิตใจเธอมากขึ้นไปอีก เลยได้แค่จับไม้จับมือเท่านั้น เวลาผ่านมาจน summer ตอนนั้นผมไม่มีรถใช้เพราะขี้เกียจขับขึ้นมาจาก กทม. แต่เธอเอารถมาใช้ เพราะบ้านของเธออยู่แค่เชียงรายเอง และเธอต้องไปส่งน้องชายของเธอที่โรงเรียนด้วย สรุปตอนนี้คือเธออยู่ทั้งหอพักในมหาลัย และก็คอนโดกับน้องชาย ส่วนผมก็สบาย มีรถของเธอใช้ไปโดยปริยาย อะไร ๆ มันช่างลงตัวไปหมด พอผมขึ้นปี 4 น้องของเธอสอบติดมหาลัย เลยต้องอยู่หอในมหาลัย ถ้าเธอไปคอนโดเธอก็อยู่คนเดียว ผมก็คิดไว้ว่ามันช่างทางสะดวกดีแท้ ทำไมเราไม่ทำเลยวะ มัวแต่กลัวอะไรอยู่ล่ะ ได้แค่จับไม้จับมือ โอบกอดบ้างเป็นบางครั้ง เวลาไปเย็ดสาวที่อื่นผมมักจะจินตนาการเป็นเธอตลอด แม้กระทั่งตอนชักว่าวเธอก็เป็นนางเอกของผม มีอยู่วันหนึ่งผมไปเที่ยวเธคกับเพื่อน ๆ เลยขอยืมรถของเธอ และเธอก็ขอไปด้วย ผมงงเลยครับ เธอเป็นคนที่ไม่เที่ยวกลางคืนเลย จู่ ๆ จะไปกับผมเนี่ยนะ หรือว่าจะไปคุมเรากันแน่วะ เลยให้เธอไปด้วย คืนนั้นผมกับเพื่อน ๆ สนุกมาก เธอก็สนุก ดื่มไปเยอะจนเมาเลย เพื่อนผมก็สะกิดว่า “ไม่รอดมึงแน่เลยว่ะ เอาเลยสิวะ ทางสะดวกแล้วนี่” ตอนนั้นผมบอกตามตรงเลยว่าไม่กล้า เพราะไม่อยากทำร้ายเธอ เธอบริสุทธุ์เกินที่จะมาพลีกายให้ผม หลังจากเธคปิดเชื่อมั้ยครับ ผมขับรถไปส่งเธอที่คอนโด เพราะหอในมันปิดแล้ว และอุ้มเธอไปนอนที่ห้อง เธอเดินไม่ไหวเพราะเมามาก ส่วนผมน่ะเหรอ พอวางเธอลงเตียงแล้วก็ห่มผ้าให้เธอ และก็แอบหอมแก้มเธอไป 1 ฟอด แล้วก็ขับรถกลับหอ เท่านั้นจริง ๆ ในใจก็คิดว่า ถ้าเป็นสาวอื่นกูเย็ดจนหนำใจไปแล้ว แต่ทำไมน้องตาลกูถึงไม่ทำวะ วันต่อมาเธอก็ให้ผมไปรับเธอที่คอนโด พอเจอกันเธออาย ๆ หลบหน้าผม น่ารักสุด ๆ ผมก็คิดว่าเธอน่าจะรู้ตัวว่าผมแอบหอมแก้มเธอ จากวันนั้นยิ่ง sweet ครับ ไปดูหนังด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน โอบกอดนี่เป็นเรื่องธรรมดาเลยครับ เธอไว้ใจมากถึงกับขนาดให้ผมไปรอในคอนโดเธอตอนเธออาบน้ำ ผมไปเล่าให้เพื่อน ๆ ผมฟังมันยังไม่อยากเชื่อผมเลย “นักเย็ดอย่างมึงเนี่ยนะไม่ทำอะไรกันเลยหรือ” หนอย ดูถูกกูอีก แต่ก็แปลกใจว่าทำไมทำไม่ลง ทั้ง ๆ ที่แฟนตัวเองก็เย็ดออกจะบ่อย สาวอื่นก็เย็ดมาแล้ว 10 กว่าคน พอเข้าเทอม 2 เธออยู่คอนโดตลอดเลยครับ นาน ๆ จะเข้ามาหอในที ผมไปหาเธอก็ไปที่คอนโดตลอด แล้วเทอมนี้ผมก็ฝึกงานด้วย ตอนนี้ผมเอารถมาใช้แล้วครับ แต่ว่าสลับใช้กับเธอประจำ หรือไม่ก็เอารถตัวเองจอดแช่ไว้ที่คอนโดของผม (ย้ายมั่ง) แล้วใช้รถของเธอซะ เธอเองก็ดีกับผมมาก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าผมมีแฟนแล้วแต่เธอคงตัดใจจากผมไม่ได้ จึงทำให้ผมถนุถนอมเธอมาก วันนั้นเธอชวนผมไปคอนโดของเธอไปดูหนัง มีฉากเลิฟซีนเยอะพอสมควร เธอดูไปอายไป กุมมือผมแน่นเลย ผมก็ชักจะมีอารมณ์แฮะ เลยมองหน้าเธอ สบตาซึ้ง ๆ แต่ยังไม่กล้าที่จะทำอะไรมากไปกว่านี้ เลยได้แต่โอบเธอไว้และให้เธอมาซบ แต่มีอยู่ฉากนึงนี่ดุเด็ดเผ็ดมันมาก พระเอกกับนางเอกชวนกันไปเย็ด ผมเริ่มมีอารมณ์มากขึ้น เลยขอเธอว่า “ตาล ขอหอมแก้มทีดิ” ทั้ง ๆ ที่อยากเย็ดจนควยจะระเบิดอยู่แล้ว เธออายหน้าแดงเลยครับ อ้ำอึ้งอยู่สักพักเธอก็บอก “ก็ได้ แต่แค่ทีเดียวนะ” ผมเลยบรรจงหอมไป 1 ฟอด ซึ่งเธอหลับตาพริ้ม ตัวสั่นริก ๆ ผมได้ใจเลยหอมอีกข้างนึงซะ เธอว่าผมนิด ๆ “แนะ ๆ ไหนว่าทีเดียวไง งอนแล้วนะ” ผมไม่ฟัง คราวนี้จูบไปที่ใบหู ซอกคอ เธอขนลุกและตัวสั่นยิ่งขึ้นมอก็พยายามจะผลักที่อกผมออก แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรงแล้ว ตอนนั้นได้แต่ไซ้คอ มือยังแค่โอบเธออยู่ เธอเองคงกำลังเคลิ้ม เริ่มมีเสียงครางในลำคอเบา ๆ ผมพยายามดันเธอให้นอนลงบนโซฟา เธอก็ยอมครับ ผมเริ่มไซ้หนักขึ้นไปเรื่อย ๆ และจูบเธอ เธอยังจูบไม่เป็นเลยครับ แต่ก็พยายามแลกลิ้นกับผม เธอเริ่มขัดขืนผมเมื่อผมพยายามจะเอื้อมมือไปจับกับเต้านมของเธอ ตอนนี้ผมพยายามทำกับเธออย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนที่สุด เพราะเธอเป็นคนที่ผมรักมาก ถึงแม้จะน้อยกว่าแฟนของผมก็เถอะ ลีลาการเล้าโลมของผมในครั้งนี้ผิดกับทุก ๆ ครั้งที่ไปเย็ดกับสาวอื่น เพราะเธอกำลังจะเป็นสาวคนที่ 20 ที่ผมได้เย็ด และเธอก็อายุเพิ่งจะ 20 พอดี อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้วะ ผมจูบกับเธออย่างดูดดื่ม แต่ต้องให้สอนก่อนว่าทำอย่างไรจนเราแลกลิ้นกันพัลวัล คิดว่าตอนนี้อารมณ์ของเธอคงมีมากแล้วผมจึงเริ่มที่จะปลดกระดุม นศ

สีขาวบริสุทธุ์ของเธอ ปลดไปได้ 3 เม็ดก็เริ่มเห็นยกทรงที่ปกปิดเต้านมขนาดกำลังพอดีมืออันขาวเนียนมาก เธอรีบเอามือมาปิดเลยครับ ผมจึงต้องไซ้คอ ซอกหูและขบที่ติ่งหูเบา ๆ ให้เธอเคลิ้ม ได้ผลครับ เธออ่อนไปอีก ผมเลยปลดกระดุม นศ.ของเธอจนหมด และสอดมือโอบหลังเธอ ลูบไล้แผ่นหลังของเธอ และพยายามหาตะขอปลดยกทรงของเธอออก ตอนนั้นหนังมันจะฉายยังไงไม่รู้แล้ว ตั้งใจจะเย็ดน้องตาลอย่างเดียว พยายามทำอย่างนิ่มนวลที่สุด เพื่อไม่ให้ไก่ตื่นเดี๋ยวจะแห้ว ตอนนี้ชุด นศ

ตัวจิ๋วของเธอถูกผมถอดออกไปแล้ว เธออายมากหน้าแดงก่ำ เอามือปิดสองเต้าอย่างหวงแหนทั้ง ๆ ที่ผมยังไม่ได้ปลดยกทรงเธอเลยด้วยซ้ำ ผมเองก็ไม่รู้ทำไงดี ถ้าเป็นคนอื่นนี่ผมแกะมือออกไปนานแล้ว สุดท้ายจึงตัดสินใจอุ้มเธอไปที่เตียงนุ่ม ๆ เพื่อที่จะได้ทำอะไรให้มันสะดวกกว่าโซฟา เธอไม่พูดอะไรเลยสักคำตอนที่ผมอุ้มเธอ ได้แต่หลับตาพริ้ม ตัวสั่น พอถึงเตียงแล้วเธอรีบนอนคว่ำเลยครับ แบบว่าคงอายผมมาก ตอนนี้ตัวเธอมีแต่ยกทางกับประโปรง+เข็มขัด นศ.ที่ผมยังไม่ได้ไปยุ่งเลย ผมจึงต้องเดินไปปิดไฟห้อง แล้วจู่โจมเธอต่อ ตอนนั้นมันยังไม่ดึกนัก ราว ๆ 3-4 ทุ่มได้ แต่มันก็มืดแล้วผมเลยจัดการเปิดไฟที่โคมไฟข้าง ๆ เตียงเพื่อที่ได้เห็นชัด ๆ หน่อย เธอเองยังคงนอนคว่ำเอียงอายอยู่ ผมเลยค่อย ๆ ทาบตัวเธอแล้วจับผมสลวยไปไว้ที่ด้านซ้ายเพื่อที่จะไซ้คอขาว ๆ ด้านขวาของเธอ พอผมจูบไซ้เธอขนลุกไปทั้งตัว รู้สึกได้เลยเพราะมือของผมกำลังลูบไล้แผ่นหลังของเธอไปด้วย ในขณะที่อักมือนั้นก็ปลดตะขอยกทรงออกซะ คราวนี้แผ่นหลังของเธอไม่มีอะไรมีปิดบังแล้ว งดงามมาก ขาวเนียนตัดกับผมดำสลวย รับกับเอวที่คอดกิ่ว 24 นิ้วของเธอ ผมไซ้ไปเธอก็เริ่มครางในลำคอดังขึ้น แต่เธอยังไม่ยอมให้ผมพลิดตัวเธอ สองมอของเธอยังคงปกปิดเต้านมอยู่ ผมเลยจูบไปที่รักแร้ของเธอ น่าแปลกที่ไม่เหมือนรักที่ผู้ชายที่มีแต่ขน เป็นรักแร้ที่ราวเนียนเหมือนกับแขนของเธอเลย เธอเสียวมากจึงครางออกมา ก็ผมทั้งจูบทั้งเลียไปทั่วทั้งแผ่นหลังของเธอ รวมทั้งต้นแขน หัวไหล่ รักแร้ พูดง่าย ๆ คือทุกตารางนิ้วของด้านหลัง คราวนี้เธออ่อนปวกเปียกไปหมดแล้ว ผมเลยจัดการจับเธอพลิกให้นอนหงายซะ เธอยังคงเอามือปิดสองเต้าอย่างเอียงอาย ตาก็มองผมแบบอาย ๆ หน้าแดงไปทั่ว ผมเลยจัดการถอดเสื้อตัวเองมั่ง ซึ่งเธอก็เห็นประจำตอนที่ไปนั่งเฝ้าผมซ้อมกีฬา แต่ตอนนี้เธออายยิ่งกว่า เพราะผมอยู่ใกล้ชิดกับเธอมากสุด ๆ ผมสบตาเธอแล้วก็จูบเธอ เธอหลับตาพริ้ม ส่วนมือของผมก็พยายามไปสัมผัสเต้านมโดยการลูบไปตามเขนของเธอ ลูบหน้าท้องที่แบนราบ เธอแขม่วท้องแบบสยิว ๆ และผมก็ทำท่าเหมือนจะสำรวจเบื้องล่างโดยการเลื่อนมือไปที่เข็มขัด นศ.ของเธอ เธอคงรู้ตัวว่าผมกำลังจะโจมตีสิ่งที่เธอหวงแหนที่สุดในชีวิตของเธอจึงเอามือ ที่ปิดหน้าอกมาจับที่ข้อมือของผม ปากเธอก็พูดเสียงสั่น ๆ “ต่อ..

.อย่าทำอะไรเรามากไปกว่านี้เลยเรากลัว” เมื่อมือข้างนึงไม่ได้ปิดหน้าอกจึงทำให้ผมเห็นหน้าอกด้านซ้ายของเธอที่บอก ได้เลยว่า งดงามจริง ๆ ขนาด 34 นิ้วกำลังพอดีมือ เต้าขาวเนียน ส่วนหัวนมนั้นก็ตามสูตรครับ สีชมพูอมแดง ผมจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาที่สองเต้าของเธอ โดยการค่อย ๆ ไซ้ลงมา จากปาก แก้ม ซอกคอ ลงมาจนถึงฐานหน้าอก ที่มือเธออีกข้างไม่มาปิดป้องก็เพราะโดนผมจับไว้ซะแล้ว ผมเลียอย่างช้า ๆ ไล่จากฐานไปจนถึงหัวนม ทั้งเลียทั้งดูดจนหัวยมแข็งชูชันขั้นมา ตอนนี้เธอคราง “ซี๊ดดดด…ด” มือที่ปิดหน้าอกอีกข้างจากปิดป้องไว้กลับกลายมาเป็นโอบที่คอ แถมยังกำผมของผมซะแน่น อีกมือผมเลยได้สัมผัสเต้านมด้านขวาของเธอแบบเต็ม ๆ นิ่มมือดีมากครับ นิ้วผมขยี้ที่หัวนมของเธอเบา ๆ จนมันแข็งตั้งขึ้นมา ส่วนเธอนั้นได้แต่ครางและแอ่นหน้าอกสู้มือและลิ้นของผม สองมือของเธอกอดที่คอของผมแน่น ส่วนผมก็กำลังสนุกกับสองเต้าของเธออย่างเมามัน รอโอกาสมาปีกว่าต้องเอาให้คุ้ม จากนั้นก็ค่อย ๆ เลียไปตามหน้าท้อง และไปวนอยู่ที่สะดือ เธอก็ครางลูกเดียว มือของผมยังคงโจมตีของเต้าอย่างมันมือ ทั้วลูบไล้ ขยำ ทั้งบีบจนอารมณ์เธอกระเจิงไปหมดแล้ว เมื่อสนุกกับช่วงบนเต็มที่แล้วผมจึงถอดเข็มขัน นศ.ของเธอออก และหาซิปกระโปรงเพื่อที่จะสัมผัสกับจิ๋มของเธอที่ผมรอมานานแสนนาน เธอไม่ยอมครับ “อย่าเกินเลยไปกว่านี้เลยนะ เรายังไม่พร้อม กลัวโดนหลอก” ผมเลยกระซิบที่หูเธอว่า “รักตาลนะ” แค่คำเดียวเธอมองหน้าผมแบบอายสุด ๆ เพราะผมไม่เคยเอ่ยคำ ๆ นี้กับเธอเลย ตอนนี้มือผมก็ลูบไล้ที่เรียวขาของเธอ แต่กระโปรงมันก็ยังเกะกะอยู่ดีเลยต้องถอด คราวนี้เธอยอมแล้วครับ แถมยังยกสะโพกช่วยอีก ตอนนี้ตรงหน้าของผมเป็นภาพที่หน้ามองมาก สาวน่ารักกำลังนอนทอดกายให้ผมเชยชมอยู่ต่อหน้าแล้ว เรียวขาที่เรียวงามที่ได้เห็นแบบเต็ม ๆ ก็วันนี้เอง ทุกทีได้แต่จินตนาการเวลาเธอใส่กางเกงยีนส์แบบรัด ๆ ที่เป้ากางเกงของเธอแฉะไปหมดแล้ว โหนกนูนมาก นี่ขนาดยังไม่ได้ถอดเลยยังงดงามขนาดนี้ แต่มันปิดบังไม่ได้หรอก เพราะน้ำหล่อลื่นของเธอมันทำให้กางเกงในแนบเนื้อไปแล้ว ผมยังใจเย็นไปเลียที่ขาอ่อนด้านในทั้งสองข้าง สลับกับมือของผมที่ลูบไล้ไปด้วยจนตัวเธออ่อนเป็นขี้ผึ้งไปเลย และผมก็ไม่ลืมที่จัดการกับกางเกงของตัวเองด้วย คราวนี้ล่ะวะ เนื้อแนบเนื้อแบบเต็ม ๆ สองขาของเธอหนีบแน่นเวลาที่ผมเอาหน้าไปสัมผัสกับจิ๋มของเธอ เธอร้องครางแบบสุด ๆ ไปเลยครับคราวนี้ เมื่อได้ที่แล้วผมจึงจัดการถอดกางเกงในของเธอออกแบบช้า ๆ จนสิ่งที่เธอหวงแหนของเธอปรากฏอยู้ตรงหน้าผม งดงามมาก ทั้งขาวเนียน ขนไม่ค่อยมี แถมยังโหนกนูน และที่สำคัญครับ แคมทั้งสองยังปิดสนิท ถึงไม่ได้เห็นผมก็เชื่อแล้วล่ะครับว่าเธอใสบริสุทธุ์ขนาดไหน แต่มองได้แป๊บเดียวเธอก็เอามือปิดของสงวนของเธอ แต่อารมณ์ผมตอนนี้มันหื่นแล้ว เลยจัดการแกะมือเธอออกซะ (แบบทนุถนอม) จึงเห็นน้องสาวของเธอแบบเต็ม ๆ ตา ลิ้นของผมมันกำลังจะทำงานแล้ว แต่ก็มีเสียงของเธอดังขึ้น “ต่อ อย่านะ มันสกปรก เรากลัว อีกอย่างเราเพิ่งหมดรอบเดือน 2 วันเอง” แต่ผมไม่คิดอย่างนั้นน่ะสิ กลิ่นเป็นกลิ่นที่สะอาดมาก ๆ เธอคงดูแลตัวเองมาดีมากเลยทำให้สะอาด แถมอยู่ในระยะปลอดภัยซะด้วย ลิ้นผมบรรจงแตะไปที่ติ่งของเธอ เธอสะดุ้งเฮือก และยกสะโพกขึ้นมาอัตโนมัติ ผมได้ใจเลยเลียต่อ ไล้ตั้งแต่โหนกของเธอแคมนอกทั้งสอง แล้วค่อย ๆ แหวกออกจนเห็นแคมใน ยังปิดสนิทจริง ๆ ผมไม่รอช้า ลงลิ้นไปที่รูสวรรค์ทันที เธอทั้งร้องครางทั้งกดหัวผมแน่น ผมก็ทั้งเลียทั้งดูด และไม่ลืมที่จะห่อลิ้นแล้วฉกไปในรูอย่างไม่รังเกียจ จนเธอไม่ไหวเสร็จคาปากไปเลย น้ำเธอเต็มหว่างขาเลยไปถึงง่ามก้นเลย ตอนนี้เธอหอบ หายใจถี่ ๆ เธอเรียบร้อยไปแล้ว 1 หน แต่ผมยังไม่ได้เย็ดเลย ควยผมจะระเบิดอยู่แล้ว เลยจัดการให้มันโผล่ดูโลกภายนอกซะ เป้าหมายของผมตอนนี้ไม่ใช่ปากของเธอ เพราะเธอคงไม่กล้าใช้ปากกับผมแน่ ๆ ผมเลยถลกหัวบานจ่อไปที่เป้าหมาย ตอนนี้หัวมันก็เยิ้มไปด้วยน้ำเงี่ยนของผมพอสมควรแล้ว แต่ผมกลัวเธอจะเจ็บมากเลยเอาน้ำหล่อลื่นของเธอมาป้ายให้ทั่วหัวควยจนทั่ว ก่อนเย็ดครั้งนี้ผมอยากให้เธอรู้ขนาดของผมว่าเป็นอย่างไรเลยเอามือเธอจับควย ผม เธอเอานิ้วแตะแล้วก็ถอนออกแบบตกใจ ผมเลยจับมือเธอกำมันแบบเต็ม ๆ เธอบอกผมว่า “ต่อ…เรากลัวเจ็บ ค่อย ๆ นะ” แน่สิ ผมก็กลัวเธอเจ็บ เลยต้องค่อย ๆ ผมเริ่มจ่อมันไปที่รูแต่ยังไม่แทง เอาหัวควยเขี่ยจับจิ๋มของเธอให้เธอทรมานเล่น เธอร่อนเอวและสะโพกตามจังหวะที่ผมเขี่ยมัน ปากก็คราง ซี๊ดดดดดดด เมื่อได้เวลาอันควรผมเลยค่อย ๆ กดมันเข้าไป เข้าแทบไม่ได้เลยครับ ยากมาก เธอร้องไห้จนน้ำตาไหลพราก “โอ๊ยย ต่อ….เจ็บ ๆๆ พอเถอะนะ” ผมต้องไปปลอบเธอโดยไปเช็ดน้ำตาและจูบที่เปลือกตาเบา ๆ “ไม่ต้องเกร็งนะตาล เดี๋ยวต่อจะค่อย ๆ ทำนะครับ” เธอไม่ตอบแต่ผงกหัวรับ ผมจึงค่อย ๆ แทง แต่มันก็ยังไม่เข้าอยู่ดี เลยต้องใช้ไม้เดิม ไซ้ไปทั่ว ทั้งคอ หู หน้าอก มือก็ช่วยบีบและขยำไปด้วย มืออีกข้างก็ค่อย ๆ กดควยเข้าไปจนหัวควยมันเข้าไปได้ เธอหลับตาปี๋เลย ผมจึงต้องบอกว่าอย่าเกร็ง ๆ แล้วค่อย ๆ กดมันไปอีก มันค่อย ๆ เข้าไปทีละนิด ๆ รู้สึกเหมือนจะแทงเยื่อพรหมจรรย์ของเธอด้วยนะครับ เหมือนโดนเยื่ออะไรสักอย่าง แต่มันไม่ใช่ปัญหา ค่อย ๆ กดมันไปจนมิดด้าม ช่างเป็นภาพที่น่าดูมาก ๆ เนี่ยถ้ามีกล้องจะถ่ายแม่งเลย ตอนนี้ผมแทบจะไม่ไหว เพราะมันคับมาก และจิ๋มเธอก็ตอดควยผมตุบ ๆ เลยต้องแช่มันอย่างนั้นไว้ ไม่งั้นแตกมาจะเสียชื่อนักเย็ด ตอนนี้ผมถามเธอว่าเป็นไงบ้าง เธอบอกเจ็บและคับมาก ค่อย ๆ นะ ผมค่อย ๆ ถอนมันออก รู้สึกได้เลยว่าเหมือนจิ๋มเธอจะดูดควยผม เธอสูดปากเป็นระยะ ๆ จนมันออกเกือบสุด เหลือแต่หัวควยที่ยังมุดอยู่ในถ้ำ มีเลือดติดโคนควยของผมมาด้วยนิด ๆ แต่ไม่มากเท่าไหร่ จากนั้นผมก็กดมันเข้าไปอีก แต่เพิ่มความเร็วมากกว่าตอนแทงเข้าไปครั้งแรก เธอทำหน้าเหยเกบิดเบี้ยว สองมือกำผ้าปูที่นอนแน่น คาวนี้น้ำหล่อลื่นเธอออกมามากขึ้นอีก ตอนถอนออกครั้งที่สองนี่ง่ายกว่าเยอะรู้สึกได้เลย แล้วคราวนี้ผมแทงทีเดียวมิดด้ามแบบพรวดเดียว เธอกรี๊ดสุดเสียงเลยครับ และสองมือจากที่กำผ้าปูที่นอนกลายมาเป็นความที่คอของผมแน่น ผมแช่ไว้อย่างนั้นดูท่าทีของเธอว่าเป็นอย่างไรบ้าง “ยังเจ็บอยู่มั้ย?” เธอก็ตอบว่า “เจ็บน้อยลงแล้วล่ะ แต่รู้สึกหวิว ๆ ยังไงไม่รู้” ได้ยินอย่างนั้นผมก็เริ่มสาวลำควยเข้าออก เธอก็ร้องครางออกมาอย่างสุดเหวี่ยง กอดคอผมแน่น แต่ละครั้งที่แทงนี่ผมเน้นแบบพรวด ๆ ไปเลย เอาให้คุ้มกับการรอคอยมาปีกว่า ๆ จากนั้นก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นฉีกขาเธอออก แล้วใช้สองมือของผมจับที่ข้อเท้าเธอไว้ แล้วก็สาวเข้าสาวออก มองดูคอยผมที่วิ่งเข้า-ออกจากจิ๋มของเธอแล้วได้อารมณ์สุด ๆ แคมปลิ้นเข้า ๆ ออก ๆ ทำอย่างนี้ได้สัก 5-7 นาทีได้ ก็เปลี่ยนมาเป็นท่า Doggy Style ที่สุดโปรดของผม ตอนผมถอนควยออกจากจิ๋มของเธอนี่เธอแอ่นสะโพกตามแล้วสูดปาดเหมือนเสียดายยัง ไงยังงั้นเลย จากนั้นผมก็จับน้องตาลให้นั่งยกก้นออก ซึ่งเธอก็ทำตามอย่างว่าง่ายเหมือนแมวเชื่องยังไงยังงั้น แล้วก็แน่นอนครับ เย็ดต่อ ค่อย ๆ เอาควยเสียบเข้าไปใหม่ คราวนี้เข้าง่ายกว่าครั้งแรกเยอะ แย่ก็ยังฟิตสุด ๆ อยู่ดี เธอซี๊ดออกมาตลอดจนควยผมเข้าไปมิดด้าม ไม่รู้เป็นไง เวลาผมเย็ดใครในท่านี้นะ ผมรู้สึกเหมือนผู้ชนะสงคราม เป็นเหมือนกุนซือที่ควบคุมลูกทีม จะเย็ดเร็วหรือช้ามันก็แล้วแต่เรา ผมก็กระแทกเข้าออกจากช้าไปหาเร็ว เสียงเนื้อเราก็ทบ! กัน ผั่บ ๆๆๆ ตลอด ก้นที่งอนงามของเธอก็กระเพื่อมตามจังหวะการเย็ดของผม และผมก็ไม่ลืมที่จะเอามือผมไปคว้าเต้านมของเธอที่กะเพื่อมตลอด ส่วนปากก็ไม่อยู่นิ่ง ยังไปไซ้คอกับหูของเธออีก เอาล่ะสิ เธอโดนจู่โจมทุกรูปแบบแบบนี้ก็หลุดโลกไปเลยแหละครับ ทั้งเสียวทั้งมันส์ล่ะมั้ง ผมก็เย็ดแบบกระหน่ำไปตลอด จิ๋มของเธอนี่ก็ช่างตอดได้ตอดดี ไม่รู้จักเมื่อยบ้างเลยน้ออ ทำท่านี้นานมากและเธอก็เสร็จอีกหน เพราะตอดควยผมตุบ ๆ แล้วรู้สึกได้เลยว่าน้ำเธอแตกอีกแล้ว ตอดซะจนผมชักจะถึงจุด Peak แล้ว เลยค่อย ๆ ลดจังหวะลงมาจนช้าแต่เน้น ๆ แบบว่าถอนมาจนเกือบหลุดแล้วกระแทกเข้าไปจนชนปากมดลูกเธอหลายครั้ง เอาล่ะผมลองเปลี่ยนท่าให้เธอขย่มมั่ง แต่เธอทำไม่เป็นและก็อายด้วย และผมก็ไม่อยากบังคับจิตใจของเธอจึงให้เธอคล่องผมไว้แล้วผมจะแทงเอง ท่านี้ยอมรับเลยว่าแทงพลาดหลายหนแฮะ เวลาถอนออกมาแล้วจะกระทุ้งเข้าไปมันดันพลาดซะนี่ เธอก็ใช่ย่อย คว้าควยผมไปจ่อรูให้ผมอีก คงเป็นเพราะเธอเองก็มีอารมณ์สุด ๆ บวกกับสันชาตญาณของผู้หญิงเวลาที่โดนเย็ดล่ะมั้ง เธอร้องครางแบบมีความสุขตลอดการเย็ดในท่านี้ ผมก็ใกล้ถึงฝั่งเข้าไปทุกที ๆ เลยกะจบลงที่ท่าเบสิกเลยจับ! เธอนอนหงายแล้วถอนควยออก เวลาจะแทงคราวนี้ผมแกล้งทำเป็นแทงพลาด เฉียดไปเฉียดมาจนเธอทรมานและร่อนตามควยผม พอหมดเวลาทรมานคราวนี้ก็กระทุ้งแบบหนัก ๆ เข้าไปเลย จากนั้นผมจัดการเอาขาทั้งสองข้างของเธอพาดบ่าผมไว้ แล้วก็ซอย เข้าลึกมากครับ เสียวและมันส์หัวควยดีแท้ แต่เย็ดท่านี้มันซอยได้ไม่ถี่ทันใจผมเท่าไหร่นัก เลยแหกขาเธออีกรอบ แล้วใช้แทนผมค้ำไว้ จากนั้นผมก็กระหน่ำไม่ยั้ง เธอบอกผมว่าเธอจะไม่ไหวอีกแล้ว ผมก็เหมือนกัน ไม่ต่างกับเธอหรอก เราสองคนแข่งกันครางชนิดไม่อายห้องข้าง ๆ เลย จากนั้นเธอกอดผมแน่น ร้องกรี๊ดดดดด จิ๋มเธอก็ตอดแบบสุด ๆ อีกครั้ง เธอถึงแล้ว และผมก็เกือบจะถึงเหมือนกัน ผมซอยไม่ยั้งเลยครับคราวนี้ แตกก็แตกข้างในแม่งเลย ปลอดภัยด้วยนี่หว่า จังหวะสุดท้ายผมกระแทกแบบเน้น ๆ 4 ครั้งแล้วกดควยแช่ไว้ น้ำว่าวของผมกระฉูดเข้าไปในตัวของน้องตาลประมาณเขื่อนแตก ทั้งผมและเธอกอดกันแน่น ปล่อยให้น้ำว่าวผมออกให้หมด มันออกมามากจนเอ่อล้นรูสวรรค์ของเธอจนเลอะไปที่ง่ามก้นของเธอเลยครับ จากนั้นควยของผมก็ค่อย ๆ อ่อน แต่ยังไม่ถอนออก เธอหายใจหอบมาก ผมก็ไม่น้อยไปกว่าเธอเหมือนกัน จนเราสองคนเริ่มหายหอบ ผมจึงถอนควยออก ส! ่วนเธอหรือครับก็ตามสูตรสาวซิงที่โดนเย็ด ร้องไห้โฮ ผมก็ต้องปลอบเธอเหมือน ๆ กับตอนที่ผมบอกลาเธอครั้งแรกว่ารักเธอนะ “เชื่อใจได้เลย ต่อจะไม่ทิ้งตาล เราสองคนเป็นของกันแล้วกันแล้วนี่นา” เธอก็ตอบว่าเชื่อใจผมถึงยอมขนาดนี้ เธอรักผมมาก ยอมทุกอย่างถึงแม้ว่ารู้ทั้งรู้ว่าผมก็มีแฟนแล้ว เรานอนกอดกันคุยกันพอสมควร ผมจึงอุ้มเธอไปอาบน้ำด้วยกัน และเธอก็เสร็จผมในอ่างอาบน้ำอีก จากนั้นก็ไปนอนด้วยกัน คืนนั้นผมกับเธอได้เสียกัน 2 ยก อีกวันเธอไข้ขึ้นเลยครับ ไปไหนไม่ได้เลย ผมต้องคอยดูแลเธอตลอด 2 วัน ทุกวันนี้ผมก็ไปไหนมาไหนกับเธอตลอด เธอรักผมมาก ไปไหนก็ควงแขนผม แต่ไม่ได้เย็ดกันต่อนะครับ เพราะช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ ว่างเมื่อไหร่ก็นอนตลอด ไว้จะหาโอกาสเย็ดกับเธออีก นี่ก็เป็นประสบการณ์ที่ผมประทับใจสุด ๆ เพราะใช้เวลารอคอยนานมาก ไม่เหมือนกับคนอื่นที่ไม่นาน บางคนเจอกันไม่ถึง 4 ชม


ก็ได้เย็ดแล้ว เอาไว้ผมจะหาเรื่องเด็ด ๆ จากประสบการณ์การเย็ด 20 สาวของผมมาให้อ่านกันใหม่นะครับ

” ผมใจเต้นระทึก “ครูจะลองดู.. มา ตามครูมา”

เรื่องเสียว ” ผมใจเต้นระทึก “ครูจะลองดู.. มา ตามครูมา” 
คนที่ทำให้ผมหมกมุ่นเรื่องทางเพศตั้งแต่เรียนชั้นประถมคือครูจง เป็นครูประจำชั้นผม ผมไม่โทษพ่อผมที่ได้ให้สมบัติมากับผมมากกว่าคนอื่น ตอนนั้นราวๆชั้น ป.4-5 เพื่อนๆเรียกผม”ไอ้ไข่แลน”(ในความหมายของพื้นบ้านผมคือควยใหญ่)
ครูจง เป็นผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่แล้วคนแรกที่ทำให้ควยของผมลุกจนแข็งโด่ วันนั้นครูให้พวกนักเรียนพัฒนาโรงเรียน พอเสร็จแล้วพวกผมเข้าอาบน้ำในห้องน้ำโรงเรียน ผมถอดผ้าวางบนขอบผนัง พวกเพื่อนแกล้งเอาผ้าผมทั้งหมดไปแอบ ผมเรียกเพื่อนแต่พวกพวกเพื่อนผมก็หยอกผมกันสนุกสนาน ผมตะโกนด่าเพื่อนอยู่นานครับ จนครูจงมาพบ เพื่อนผมวิ่งหนีกันหมด ครูจงเรียกให้ผมเปิดประตู ผมเอามือปิดควยตัวเอง หน้าครูจงแดงขึ้นทันทีครับ ผมทั้งกลัวครูจงทั้งอาย ครูจงปิดประประตูแล้วพักหนึ่งก็มีเพื่อนผมเอาผ้าส่งทางบนขอบผนัง ผมได้ยินเสียงครูจงเฆี่ยนเพื่อนผม ผมไม่โดนเฆี่ยนแต่ครูจงให้ผมถูล้างห้องน้ำทุกห้อง เพื่อนๆเลิกกลับบ้านไปหมด ส่วนผมต้องรอให้ครูจงไปตรวจความสะอาดห้องที่ผมถูล้าง ผมรอจนคิดว่าครูจงกลับบ้านไปแล้วผมจึงไปเอากระเป๋าหนังสือในห้อง พบครูจงยังนั่งตรวจการบ้านอยู่ที่โต๊ะ ครูจงเหลือบเห็นผมบอกให้ผมไปหาใครสักคนให้ตรวจและเป็นพยาน ผมบอกว่าใครๆก็กลับบ้านหมดแล้ว ครูจงก้มตรวจงานแล้วเรียกให้ผมไปยืนหน้าโต๊ะของครู ครูจงพูดเรื่องที่พวกผมกับเพื่อนหยอกกัน ครูจงก้มตรวจงาน แล้วครูจงสั่งให้ผมเข้าไปข้างโต๊ะด้านที่ครูนั่ง
“ไอ้นั่นของเธอเคยแข็ง มั้ย” ครูจงถาม ผมทั้งกลัวครูจงทั้งงงด้วย ครูจงเอื้อมมือดึงขอบกางเกงจนผมเข้าไปเกือบชิดครู ครูจงจับตรงควยผม(ผมผงะถอย) ครูจงจับควยผมอีก “เคยแข็งมั้ย” ครูจงถาม ผมสั่นหน้า ” จริงๆนะ ขนาดโตเป็นมะเขือยาว ยังไม่เคยแข็ง.. ครูไม่เชื่อ” ผมใจเต้นระทึก “ครูจะลองดู.. มา ตามครูมา” ครูจงลุกขึ้นเดินจนถึงห้องพยาบาล ไขกุญแจแล้วสั่งให้ผมเข้าไปในห้อง
“เข้าไปรออยู่ก่อน.. เดี๋ยวครูมา” ครูจงว่า ผมเข้าไปนั่งอยู่ในห้องพยาบาลราวๆสิบนาทีครูจงกลับมา ครูจงปิดประตูห้อง พูดเสียงเบาว่า “ครูจะทดสอบเธอ เรื่องนี้.. ครูอาจจะรายงานให้อาจารย์ใหญ่ลงโทษเธอ ถ้าเธอเอาไปพูดกับคนอื่น” ครูจงถามผมคาดคั้นจนผมพยักหน้ารับว่าผมจะไม่พูดกับใคร ครูจงเดินไปนั่งลงที่เตียงพยาบาลแล้วสั่งให้ผมถอดกางเกง ผมทั้งกลัวทั้งอาย
หน้า ครูจงแดงมากๆ ผมถอดกางเกง กางเกงใน ครูจงสั่งให้ผมเข้าไปนวดขา ครูจงนอนหงายบนเตียงพยาบาล ดึงชายเสื้อออกจากขอบกระโปรง พอครูจงยกเข่าตั้งข้างหนึ่ง หัวใจผมเต้นแทบหลุดออกมาข้างนอกเพราะผมเห็นหีครูจง.. ไม่นุ่งกางเกงใน หีขาวนูน ขอบร่องสีคล้ำๆ ขณะผมกำลังตื่นเต้นตะลึง ครูจงผงกหัวขึ้นพูดเสียงแหบเบาว่า”มองอะไรล่ะ มองก็มองแต่นวดขึ้นมาด้วย” ผมนวดตรงต้นขาครูจง ผมมองดูหี จนครูจงบอกด้วยเสียงแหบๆว่า ” เอามือวางลูบ.. ลูบตรงที่เธอ.. ที่เธอมองอยู่น่ะ” ผมอึกอัก ครูจงบอกซ้ำ ผมจึงค่อยๆเอามือเข้าไปลูบหีครูจง ครูจงสั่งให้บีบเบาๆ ครูจงดึงกระโปรงขึ้นไปบนท้อง ผมเห็นเนิน หี ขนหมอย ผมลูบ ผมบีบ ครูจงออกเสียงฮื่อ.. ฮื่อ.. ฮื่อ..ครูจงปลดกระดุมในขณะทีเผยอก้นขึ้นพะเยิบ พร้อมเสียง ฮื่อ.. ฮื่อ.. ฮื่อ มือข้างหนึ่งของผมลูบบีบเนินหีครูจง อีกข้างหนึ่งมือครูจงกุมให้คลึงเต้านมที่ยกทรงหลุดหลวม จนครูจงผงกขึ้นดึงผมขึ้นไปบนเตียง ควยของผมลุกใหญ่โด่ ครูจงว่า” เธอโกหกครู.. ควยใหญ่กว่าของแฟนครู.. แต่ยังปิดหัว”
ครูจงลงนอนหงายอีก ดึงโน้มคอผมลงไป
” ดูดนม.. ครูให้ดูด ดูดเบาๆ”
ผม ดูดหัวนม ครูจงบอกให้ดูดทั้งสองข้าง ให้เลีย ผมทำตามครูจงสั่งอยู่อย่างลืมตัว ครูจงดันหัวผมลง ครูจงบอกเสียงแหบแผ่วว่า”ดูดหี.. ดูด ทำเหมือนที่ดูดนม”
” ดูด.. ดูด ดูดแรงๆ ฮ๊าววววว.. ฮื้…ออออ… ” ครูจงเสียงสั่น ก้นยกกระดกๆ เนินหีของครูจงเปียกแฉะไปจนถึงก้น แล้วครูจงดันผมลงนอนหงาย ครูจงลุกกางขาคร่อมตรงควยผม มือจับหัวควยผมจ่อร่องหี ครูจงเอามือแยกร่องหี หย่อนลงช้าๆ เอามือปิดปากผม ครูจงกระดกก้นครางฮื้อๆๆๆ.. หน้าแดงของครูจงเดี๋ยวก้มเดี๋ยวแหงนขึ้น
ครูจงพูดเสียงสั่นตอนที่กำลังกระดกก้นตัวเอง ครูจงว่า”อูยย.. เสียว เสียวดี อูยย.. เย็ดเสียวจริงๆผัวขา..”
วันนั้นควยของผมมีเลือดซิบตอนที่ครูจงใช้มือรูดเขย่า

ใจ ผมจดจ่อกับครูจงตลอดเวลาเว้นแต่นอนหลับ หลังจากครูจงเย็ดควยผมในห้องพยาบาลแล้วไม่กี่วันครูจงให้ผมทำหน้าที่เฝ้า ดูแลห้องพยาบาลช่วงหลังอาหารเที่ยง ให้ผมเลื่อนโต๊ะที่นั่งของครูไปชิดหน้าต่างด้านหน้า สามารถมองเห็นถ้ามีใครเดินมาหน้าห้อง เวลาปลอดคนครูจงเรียกผมให้นั่งคนละฝั่งโต๊ะ ให้ผมยื่นเท้าผ่านใต้โต๊ะ ให้ใช้นิ้วเท้าบี้คลึงหี ครูจงจะนั่งมองออกไปด้านหน้าห้องในระหว่างที่ผมใช้เท้าบี้หี ใบหน้าครูแดงมากๆ มีหลายครั้งที่ผมบี้คลึงหีให้จนครูจงลุกขึ้นปิดล้อกประตู ดึงมือผมไปในห้องน้ำห้องพยาบาลแล้วรีบให้ผมปล่อยควยออกมา จับควยผมเขย่าๆ(ตอนหลังๆครูจงดูดควยผม) พอควยผมลุกแข็ง ให้ผมนั่งบนขอบอ่างน้ำแล้วครูจงเข้านั่งซ้อนตักผม ครูจงขยับก้นขึ้นลงๆ ปลดกระดุมเสื้อเอาหัวนมให้ปากผม ครูจงพูดเสียงสั่นเบา”อย่าให้น้ำออกๆๆ” แต่ตอนหลังๆครูจงจะให้ผมสวมถุง ทุกครั้งที่สวมถุงครูจงขยับเย็ดควยผมจนกดหน้าผมติดหน้าอก(ไม่ให้เสียงผมดัง) ตอนหลังๆครูจงก้มยันขอบอ่างให้ผมเย็ด แต่ผมออกเสียงดัง(หีครูจงรัดควยแน่นเสียวจนผมกลั้นเสียงไม่ได้)ครูจงจะ เปลี่ยนเป็นให้ผมถอดผ้านอนหงายกับพื้นแล้วครูจงเย็ดเอง(เอามือปิดปากผม ปล่อยมือให้ผมดูดหัวนมเป็นบางจังหวะ) ผมเย็ดกับครูจงจนผมห่างไปจากกลุ่มเพื่อนๆ ผมได้เงินจากครูจง ได้เสื้อผ้าใหม่(ที่ครูจงซื้อให้)

“พี่ปิ่นครับ….ผม.ผม……” เซ็กส์กับพี่สาว

เรื่องเสียว “พี่ปิ่นครับ….ผม.ผม……” เซ็กส์กับพี่สาว
สวัสดีครับวันนี้ผมมีเรื่องได้เล่นเสียวต่างแดนมาเล่าให้ฟังอีกครั้งนึงครับ สืบเนื่องจากผมได้ฟันแจนที่เป็นรูมเมตกับแฟนผมที่พักอยู่ไต้หวันแล้ว รูมเมตอีกคนนึงคือพี่ปิ่นครับ พี่ปิ่นหน้าตาน่ารักครับ แต่ไม่ถึงกับสวยเฉียบหมือนแจน พี่ปิ่นเตี้ยกว่าแจนนิดหน่อยครับ แต่เฉียด 170 แน่ๆ แต่พี่ปิ่นหุ่นดีมากครับเพรียวบาง แต่หน้าอกหน้าใจนี่เห็นแล้วต้องมองตามเลยครับ ตอนนี้ผมทำงานกับแฟนพี่ปิ่นอยู่ซึ่งก็ทำเกี่ยวกับอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือครับ แล้วผมก็ต้องได้เดินทางมาที่ไต้หวัดบ่อยๆ เพราะติดต่อกับบริษัททางนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายหน้าของโรงงานในเมืองจีนครับ ปกติผมก็ไปพักที่คอนโดของแฟนที่เช่าอยู่กันสามคน ก็คือแจน พี่ปิ่น แล้วก็แฟนผมครับ แบ่งกันอยู่คนละห้อง เที่ยวนี้ผมต้องออกเดินทางจากกรุงเทพไปติดต่อกับบริษัทในไทเปซึ่งต้องเดินทางมาพร้อมกับพี่ปิ่นครับ พี่ปิ่นพึ่งจะลาพักร้อนมาอยู่กับแฟนได้อาทิตย์นึงแล้วครับ พี่ปิ่นแต่งตัวน่ารักมากครับวันนี้ เสื้อยืดตัวจิ๋วโชว้หน้าอก กางเกงผ้ารัดรูป ตอนเราเดินกันที่สนามบินมีแต่คนมองครับ ทำให้ผมรู้สึกยืดนิดหน่อยเรียกว่ายืมแฟนพี่หนุ่มมาควงก็ได้ครับ พี่ปิ่นต้องกลับไปบินในวันพรุ่งนี้ตอนบ่ายครับ เมื่อเราขึ้นเครื่องแล้วก็ได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ผมจึงให้พี่ปิ่นนั่งข้างในส่วนผมนั่งติดทางเดิน พี่ปิ่นบอกว่าไปเที่ยวกับพี่หนุ่มเมื่อคืนดึกมากของีบก่อนไม่อยากให้ใครกวน ส่วนผมน่ะชอบนั่งข้างทางเดินอยู่แล้วครับเพราะไปไหนมาไหนสะดวกดีครับ เมื่อเครื่องเทคออฟและไต่ระดับจนได้ระยะบินปกติแล้วพี่ปิ่นก็หลับไปทันทีเลยครับ ผมก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไปเรื่อยๆ จนสักพักหนึ่งผมก็รู้สึกว่าศีรษะพี่ปิ่นได้เอนมาซบกับไหล่ผมเข้าให้แล้ว ผมเหลียวไปมองแล้วสายตาก็ซอกซอนโดยอัตโนมัติ พี่ปิ่นนอนกอดอกอยู่ทำให้สองเต้าถูกดันขึ้นมาจนเห็นเนินอกขาวนวลเนียน ส่วนคอเสื้อก็ถูกดันขึ้นด้วยยิ่งทำให้มองเห็นลึกเข้าไปเป็นบราสีชมพูตัวจิ๋วพี่ปิ่นยังคงหายใจสม่ำเสมอ ตาหลับพริ้ม ปากบางรูปกระจับปิดสนิท ขนตายาวงานดำขลับ พวงแก้มสีชมพู พี่ปิ่นน่ารักจริงๆ ครับ มองไปมองมาผมชักเกิดอารมณ์ ไอ้ตัวดีก็เริ่มพองตัวขึ้นมา สายตาผมยังคงซอกซอนอยู่กับเนินอกที่ขาวเนียน ดูไปดูมาอดใจไม่ไหวผมจึงวางมือลงไปบนต้นขาพี่ปิ่นเบาๆ ใจผมเต้นแรงกลัวพี่ปิ่นตื่นขึ้นมา ค่อยๆ ลูบไล้ไปมาเบาๆ ใจอยากลูบเลยไปจนถึงเป้ากางเกงแต่ก็ไม่กล้า กำลังลูบเพลินๆ หัวใจผมก็แทบหยุดเต้น อยู่ๆ มือพี่ปิ่นก็วางแปะลงมาเล่นเอาผมสะดุ้งนึกว่าพี่ปิ่นตื่นแล้ว แต่ปรากฎว่าพี่ปิ่นแค่ดิ้นเฉยๆ ตอนนี้พอพี่ปิ่นไม่ได้กอดอกทำให้ภาพสองเต้าหายไป คอเสื้อตกลงมาปิดเนินอกไว้มิดชิด ผมถอนหายใจด้วยความเสียดาย แต่แล้วผมก็เกิดความคิดใหม่ขึ้นมาอีก ผมค่อยๆ วางมือลงไปบนมือพี่ปิ่น เกาะกุมไว้เบาๆ มือพี่ปิ่นนิ่มมากๆ นิ้วเรียวยาวขาว พอผมได้จับมือพี่ปิ่นทำให้ใจเต้นขึ้นมาอีกครั้ง ศีรษะพี่ปิ่นที่ซบไหลผมอยู่ ผมก็ค่อยๆ เอียงตัวทำให้ศีรษะพี่ปิ่นตกลงมาซบอกผมแทน ผมก้มลงไปสูดดมผมหอมของพี่ปิ่น มันชื่นใจจริงๆ ผมค่อยๆ ปล่อยมือซ้ายจากมือพี่ปิ่น แล้วโอบแขนกอดพี่ปิ่นไว้ ส่วนมือขวาก็กุมมือพี่ปิ่นแทน ผมรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ผมกอดพี่ปิ่นแล้วเอนศีรษะละไปซบกํบศีรษะพี่ปิ่น แล้วผมก็เผลอตัวหลับไปได้ยังไงไม่ทราบ ผมไม่แน่ใจว่าหลับไปนานเท่าไหร่ แต่ก็สะดุ้งตื่นก่อนเครื่องจะถึงที่หมายเล็กน้อย ผมรีบมองพี่ปิ่นเห็นยังหลับอยู่ ก็เบาใจค่อยๆ คลายวงกอด แล้วค่อยๆ ปลุกพี่ปิ่น เรามาถึงที่นี่ก็เป็นเวลาบ่ายแล้ว ก่อนเข้าคอนโดเราก็แวะทานก๋วยเตี๋ยวกันก่อน เมื่อไปถึงคอนโด เราก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องนอน แฟนผมทำไฟลท์ไปยุโรปอีก 3 วันถึงจะกลับ ส่วนแจนได้วันหยุดก็กลับกรุงเทพฯ ไปหาพ่อแม่ เมื่อผมเก็บข้าวของเข้าที่เรียบร้อย ก็มานอนนึกถึงพี่ปิ่นแล้วก็จัดการทำร้ายตัวเองไปซะหนึ่งรอบโดยมีพี่ปิ่นเป็นนางเอก ผมนอนตื่นอีกทีก็เย็นแล้ว ออกจากห้องมาไม่เห็นพี่ปิ่นแต่เห็นโน้ตบนไวท์บอร์ดบอกว่าพี่ปิ่นไปตลาดเดี๋ยวกลับ ผมจึงถือโอกาสไปสำรวจห้องแจนคนสวย เมื่อเข้าไปแล้วเปิดดูตู้เสื้อผ้าเห็นขุดชั้นในแจนอยุ่จึงเอามาดม คิดถึงตอนที่ได้เล่นสนุกกับแจนในห้องนี้ทั้งคืน นับจากคราวนั้นผมมีโอกาสได้เล่นเสียวกับแจนอีกแค่ 2-3 ครั้ง เพราะเราไม่ค่อยได้อยู่กันสองต่อสอง ถ้าแฟนผมไม่อยู่ ก็มีพี่ปิ่นอยู่ด้วย และปกติผมก็จะมาตอนที่แฟนผมหยุดมากกว่า แล้วผมก็นึกไปถึงพี่ปิ่น คิดหาโอกาสจะได้ลิ้มรสพี่ปิ่นอีกคนนึง ครั้นจะไปขอดื้อๆ เหมือนแจนก็ไม่กล้า เพราะพี่ปิ่นก็แก่กว่าผม แถมยังเป็นแฟนหัวหน้าผมซะอีก คิดไปคิดมาผมมาอยู่ในห้องพี่ปิ่นซะแล้ว มองซ้ายมองขวาหัวไปเจอตะกร้าผ้า และในนั้นก็มี่ชุดที่พี่ปิ่นใส่ตอนกลางวันด้วย ผมค้นจนเจอบรากับ กางเกงในตัวจิ๋ว ผมเอาบราขึ้นมาดมก่อน มันมีกลิ่นหอมยั่วยวนจริงๆ ไอ้หนูของผมแข็งปั๋ง ผมเปลี่ยนเป็นดมกางเกงใน สูดดมตรงเป้ากางเกงมีกลิ่นแปลกๆ ยั่วกำหนัด ผมเอาบราตัวจิ๋วไปห่อไอ้ตัวดีไว้แล้วเริ่มชักว่าว ระหว่างที่ดมกางเกงใน และรูดไอ้ตัวดีอยู่นั้น ผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตู ผมใจหายวาบรีบโยนผ้าทั้งสองชิ้นลงตะกร้าตามเดิม แล้วรีบเผ่นออกมา แล้วก็ดีใจที่ก่อนเข้าสำรวจห้องผมได้คล้องสายประตูไว้ ผมจึงเดินไปเปิดประตูให้พี่ปิ่น พอพี่ปิ่นเข้ามาแล้วผมถึงรู้สึกว่าไอ้ตัวดีมันยังแข็งปั๋งอยู่ พอดีผมใส่แค่กางเกงขาสั้นธรรมดาทำให้เห็นมันเป็นลำตุงอยู่ “ทำอะไรอยู่เหรอ” พี่ปิ่นถาม “ผมพึ่งตื่นครับพี่ปิ่น” ตอบตะกุกตะกักไปไม่รู้ว่าพี่ปิ่นสังเกตเห็นไอ้ตัวดีหรือเปล่า ตอนนี้พี่ปิ่นใส่เสื้อยืดคอกลมแขนยาว กระโปรงสั้นเลยเข่ามาเป็นคืบ หน้าอกไม่ต้องพูดถึง ตระหง่านชูชันดูๆ ไปเหมือนโนบรา ผมเสไปนั่งดูทีวีส่วนพี่ปิ่นไปนั่งทำกับข้าว หลังจากทานข้าวแล้วผมก็อาสาล้างจาน โดยพี่ปิ่นไปอาบน้ำก่อน พอล้างจานเสร็จผมก็ไปอาบน้ำบ้าง พี่ปิ่นยังคงอยู่ในห้องนอน ผมแต่งตัวเสร็จก็ออกมาดูทีวีต่อ ผมนึกไม่ออกว่าจะรวบพี่ปิ่นอย่างไรดี ถ้าพ้นคืนนี้ไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว ระหว่างที่คิดเพลินๆ อยู่พี่ปิ่นก็เปิดประตูเรียกผม “เจ มาดูแฟกซ์ให้พี่หน่อยสิ มันส่งไม่ไปน่ะ” แฟกซ์เครื่องนี้พี่ปิ่นใช้ติดต่องานกับพี่หนุ่ม ผมเดินเข้าไปในห้อง พอเห็นพี่ปิ่นผมก็ชะงัก พี่ปิ่นใส่ชุดนอนตัวบาง ไฟที่โต๊ะหัวเตียงส่องทำให้เห็นรูปร่างพี่ปิ่นอย่างชัดเจน ผมแอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อกก่อนเข้าไปดูเครื่องแฟกซ์ให้ พบว่ามีเศษกระดาษติดอยู่จึงเขี่ยออก แล้วก็จัดการส่งแฟกซ์ให้พี่ปิ่น “ตอนอยู่บนเครื่องเจแอบกอดพี่” ผมสะดุ้งโหยงทำหน้าไม่ถูกไม่รู้จะพูดอะไรดี ตะกุกตะกักตอบไปว่า “พ..พี่ปิ่นไม่ได้หลับเหรอครับ ผ…ผมขอโทษ” “พี่ตื่นตอนที่เจหลับนั่นแหละ” “ไม่น่าหลับเลยตู..” ผมนึกในใจ “ไม่เป็นไร แต่คืนนี้เจต้องมานอนกอดพี่อีกนะ” ผมมองหน้าพี่ปิ่นแล้วอึ้ง “ไป..ไปปิดทีวีปิดไฟแล้วกลับเข้ามานอนห้องนี้” พี่ปิ่นออกคำสั่ง ผมทำตามอย่างว่าง่ายแอบดีใจอยู่เงียบๆ ผมปิดทีวีปิดไฟเรียบร้อยก็รีบกลับเข้ามาในห้องนอนพี่ปิ่น พี่ปิ่นนอนอยู่บนเตียงแล้ว ผมยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะนอนลงไปดีหรือเปล่า กลัวว่าพี่ปิ่นจะพูดเล่นเฉยๆ “ไม่นอนเหรอ” พี่ปิ่นถาม ผมจึงค่อยๆ ล้มตัวลงนอนข้างๆ พี่ปิ่น แล้วพี่ปิ่นก็นอนตะแคงหันหน้ามาหาผม “เอาล่ะ คืนนี้นอนกอดพี่ทั้งคืนนะ แต่ห้ามทำอะไรเกินกว่านี้ ไม่งั้นพี่จะฟ้องเจี๊ยบกับพี่หนุ่ม” “เอาล่ะสิครับ ไหงกลับกลายเป็นอย่างนี้ไปได้” ผมนึกในใจ แล้วก็ค่อยๆ อ้อมมือกอดพี่ปิ่นไว้ พี่ปิ่นซุกหน้าลงมากับอกผม เอามือกันหน้าอกตัวเองไว้ ผมได้กลิ่นหอมจากตัวพี่ปิ่นจางๆ ตัวพี่ปิ่นนิ่มเนียน พี่ปิ่นนอนเงียบๆ ทำท่าเหมือนจะหลับไปแล้ว แต่ผมนี่สิทรมานมากๆ เลย ไอ้หนูของผมตื่นขึ้นมาตั้งนานแล้ว ผมกอดพี่ปิ่นนี่งอย่างนั้นได้ประมาณซัก 20 นาทีได้ “เจยัง ไม่หลับเหรอ หรือกอดพี่นอนแล้วนอนไม่หลับ” “ปล่ะ ปล่าวครับ คือว่าผม..ผม..” “งั้นก็ตามใจ ไม่หลับก็ไม่หลับ แต่ต้องกอดพี่ไว้นะ ห้ามปล่อยมือด้วย” ว่าแล้วพี่ปิ่นก็พลิกตัวหันหลังให้ผม ตอนนี้หลังพี่ปิ่นแนบกับอกผม ก้นงอนๆ อยู่ตรงกับไอ้ตัวดีของผมพอดี ผมพยายามเบียดตัวให้แนบกับพี่ปิ่นมากที่สุด พยายามค่อยๆ เอาไอ้ตัวดีแนบไปกับร่องก้น พี่ปิ่นยังคงนอนนิ่งๆ อยู่ ผมกอดรัดพี่ปิ่นไว้แน่น พยายามแอ่นเอวให้ไอ้ตัวดีสัมผัสกับก้นพี่ปิ่นแนบแน่น แต่พี่ปิ่นยังคงนอนเฉยๆ ตอนนี้ผมเงี่ยนๆ สุดๆ แล้วแต่ทำอะไรไม่ได้ กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมละเอียดอ่อนของพี่ปิ่น จากการโอบกอดพี่ปิ่น ความอบอุ่นนุ่มเนียนจากตัวพี่ปิ่น มันทำเอาไอ้ตัวดีแทบจะระเบิด “พี่ปิ่นครับ ขอผมหอมพี่ปิ่นได้มั้ย” ผมถามไปเพราะรู้สึกทนไม่ไหวต้องทำอะไรซักอย่าง พี่ปิ่นยังคงเงียบ และผมถือว่านั่นเป็นคำตอบตกลง ผมค่อยๆ บรรจงก้มหน้าลงไปที่ท้ายทายพี่ปิ่น สูดดมกลิ่นหอมของเส้นผม ใจผมเต้นแรงและผมรู่ว่าพี่ปิ่นต้องรู้สึกแน่ๆ เพราะอกผมแนบกับหลังพี่ปิ่นอยู่ ผมค่อยๆ ใช้จมูกแหวกปอยผมที่ท้ายทอย ในที่สุดจมูกก็ได้สัมผัสกับต้นคอขาวเนียน ผมสูดลมหายใจยาว สูดกลิ่นสาวของพี่ปิ่นเข้าไปเต็มปอด แล้วก็ปล่อยลมหายใจรดต้นคอพี่ปิ่น ผมรู้สึกถึงไอร้อนจากลมหายใจของผมที่เป่ารดลงไป ผมสังเกตเห็นพี่ปิ่นขนลุกซู่ และพี่ปิ่นขยับตัวเล็กน้อย ผมยิ่งกอดรัดพี่ปิ่นแนบแน่น ซุกหน้ากับต้นคอขาวนวล เริ่มส่ายสะโพกถูไถท่อนเนื้อกับร่องก้น ใจผมเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นสุดๆ พี่ปิ่นจากที่นอนเงียบๆ ผมก็รู้สึกว่าพี่ปิ่นหายใจแรงขึ้น ผมกอดพี่ปิ่นอยู่โดยที่พี่ปิ่นนอนขดกอดอกไว้ ทำให้ผมได้แต่กอดรัดแต่วงแขนพี่ปิ่น ตอนนี้ผมอยากมากๆ ผมจึงค่อยแซะมือทั้งสองเข้าไปใต้ซอกแขนพี่ปิ่น ตอนแรกพี่ปิ่นก็ขืนไว้ แต่แล้วผมก็สามารถสอดแขนเข้าไปได้ ตอนนี้ท่อนแขนผมนาบกับหน้าอกอวบหยุ่น และพี่ปิ่นกอดท่อนแขนของผมไว้ ผมรัดพี่ปิ่นแน่นขึ้น หายใจแรงรดลงไปที่ต้นคอพี่ปิ่น พี่ปิ่นเริ่มใจเต้นแรงเป็นลำดับ ผมสัมผัสมันได้จากอกอวบที่ผมโอบกอดอยู่ พี่ปิ่นกอดรัดท่อนแขนผมแน่น ผมรู้สึกว่าพี่ปิ่นแอ่นก้นรับการบดเบียดจากท่อนล่างผม “พี่ปิ่น…..” ผมครางเรียกชื่อพี่ปิ่นแต่พี่ปิ่นยังเงียบ ผมซุกไซ้ต้นคอ พยายามไซ้ต่อไปที่ซอกคอ พี่ปิ่นเอียงคอห่อตัวแน่น ผมพยายามกระถดมือคืนเพื่อที่จะได้เกาะกุมทรวงอกพี่ปิ่น แต่พี่ปิ่นกลับยึดมือผมไว้ แล้วดึงมือให้ผมกอดพี่ปิ่นตามเดิม ผมยอมตามพี่ปิ่นแต่โดยดี เมื่อไม่สำเร็จผมจึงพยายามใช้ท่อนแขนที่รัดอกอวบอยู่ถูไถตรงที่คิดว่าเป็นหัวนมแทน เสียงพี่ปิ่นหายใจหนักหน่วง แอ่นก้นรับท่อนเอ็นที่ผมถูไถอยู่ที่ร่องก้น ผมเสียวจนรู้สึกเจ็บท่อนเอ็นไม่รู้จะทำอะไรต่อ แต่แล้วพี่ปิ่นก็เอื้อมมือมายันเอวผมไว้ ผมหยุดส่ายเอว มือนั้นค่อยๆ ลูบคลำไปบนท่อนเนื้อที่แข็งปานท่อนไม้ ผมกัดฟันแน่น มือพี่ปิ่นลูบไล้ไปมาแล้วก็ค่อยๆ สอดมือเข้าไปในกางเกง อาาาา ผมเงี่ยนจนทนแทบไม่ไหวแล้ว ไอ้ตัวดีผงกหัวหงึกๆ เมื่อมือนุ่มเย็นมาสัมผัส ผมกลั้นใจระงับความตื่นเต้น แล้วผมก็คลายมือขวามาค่อยๆ รูดกางเกงผมออก มันหลุดออกไปทั้งกางเกงนอกกางเกงใน ตอนนี้มือพี่ปิ่นกำมันไว้แน่น ผมยังคงซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอพี่ปิ่น เราไม่ได้พูดอะไรกัน มีแต่เสียงหอบหายใจหนักหน่วง พี่ปิ่นปล่อยมือจากท่อนเอ็นผมแล้วค่อยๆ ถลกชุดนอนยาวขึ้นมากองไว้ที่เอว ผมเอื้อมมือขวาไปลูบไล้ขาอ่อนนิ่มนวลของพี่ปิ่น มือของผมร้อนฉ่า ผมลูบไล้ไปมา แล้วพยายามสอดมือเข้าไปในกางเกงใน พี่ปิ่นพยายามรูดกางเกงชั้นในตัวบางออกผมจึงใช้มือขวาช่วยรูดจนมันหลุดออกไป จากนั้นพี่ปิ่นก็แอ่นก้นมาเบียดกับท่อนเอ็นของผมอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีอะไรมาขวางกั้น มีแต่เนื้อแนบเนื้อ ท่อนเอ็นที่ร้อนผ่าวของผมแนบแน่นอยู่กันร่องก้นเนียนของพี่ปิ่น ผมถือโอกาสสอดมือขวาเข้าไปใต้ชุดนอนบางแล้วเลื้อยเข้าไปคว้าเอาหน้าอกพี่ปิ่นไว้ คราวนี้พี่ปิ่นไม่ได้ปิดป้องอะไร ผมกำมันแน่น ผมแบมือขยำเต็มที่แต่ยังกำได้ไม่หมดเต้า ขนาดของมันล้นฝ่ามือของผมออกมาอีก มือซ้ายผมเลื้อยลงมาที่หน้าท้องแบนเรียบ รั้งเอวบางของพี่ปิ่นไว้ กดถูไถท่อนเอ็นไปกับร่องก้น ในห้องได้ยินแต่เสียงแอร์ครางเบาๆ กับเสียงลมหายใจหนักหน่วงของเราทั้งสอง ตอนนี้ผมหยุดดอมดมซอกคอแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นจูบไซ้แทน ผมละเลงลิ้นชิมความหวานของเนื้อสาว ผมซอนลิ้นไปทั่วทั้งต้นคอ ซอกคอ ในที่สุดพี่ปิ่นก็ทนไม่ไหวเอื้อมมือมาคว้าไอ้ตัวดีไว้ ยกขาขึ้นแล้วสอดท่อนเอ็นผมเข้าไปที่หว่างขา ท่อนเอ็นผมพาดคาอยู่ที่ร่องเสียวพี่ปิ่น แล้วพี่ปิ่นก็หนีบขาลง ผมรู้สึกถึงความชุ่มฉ่ำบริเวณร่องเสียว ผมเริ่มขยับส่ายเอวถูไถท่อนลำไปกับร่องเสียวพี่ปิ่น พี่ปิ่นเริ่มตัวร้อนผ่าว ผมถูไถจนท่อนเอ็นผมลื่นเต็มไปด้วยน้ำของพี่ปิ่น พี่ปิ่นยิ่งเสียวยิ่งบีบขาแน่นขึ้น ผมเคล้นคลึงหน้าอกอวบทั้งสองข้างสลับไปมา ใช้นิ้วเขี่ยหัวนม พี่ปิ่นนอนบิดไปมาอยู่ในอ้อมแขนผม มันเป็นความสุขที่ทรมานมากๆ ผมอยากทำมากกว่านี้ อยากจะเอาเข้าไปใจจะขาด เรานอนก่ายกอดกัน ส่วนล่างบดเบียดกันอยู่ อารมณ์ของเราเพริดไปกับร่างกายที่สัมผัสกันอย่างเร่าร้อน ผมพยายามซุกหน้าลงไปหอมแก้มพี่ปิ่น แก้มนุ่มนวลเนียน กลิ่นสาวหอมชื่นใจผมยิ่งกระตุ้นอารมณ์เข้าไปใหญ่ ผมพยายามถูไถท่อนเนื้อให้เลยมาถึงปากถ้ำสวาท พยายามขยับเอวเพื่อที่จะได้สอดมันเข้าไป แต่พี่ปิ่นหนีบขาไว้แน่นและขยับเอวหนี ผมพยายามอยู่สองสามครั้ง จนในที่สุดผมใช้มือซ้ายรั้งเอวพี่ปิ่นไว้ มันเป็นจังหวะที่ผมถอนท่อนเนื้อมาจนถึงง่ามก้น พอผมดันเข้าไปอีกครั้งคราวนี้มันผลุบเข้าไปในถ้ำพี่ปิ่นจนถึงคอหยัก พี่ปิ่นหนีบขาแน่นพยายามจะส่ายเอวหนี แต่ผมยึดเอวพี่ปิ่นไว้แน่นแต่ก็ดันเข้าไปต่อไม่ได้ ผมรู้สึกถึงความอบอุ่นในถ้ำที่ชื้นแฉะ ปากถ้ำพี่ปิ่นรัดส่วนหัวไอ้ตัวดีไว้แนบแน่น ผมไม่ละความพยายาม ซุกไซ้ที่ซอกคอสลับกับขบเม้มที่ใบหู จังหวะนี้พี่ปิ่นตัวสั่นสะท้านด้วยความสยิว และเปิดโอกาสให้ผมดันเข้าไปจนถึงครึ่งลำ มันเข้าไปได้ลึกที่สุดเท่านี้เพราะติดก้นงามงอน แต่แค่นี้ก็ทำให้ผมแทบคลั่งตาย มันเหมือนคนกระหายน้ำในทะเลทรายได้พบกำแอ่งน้ำใส ผมเสียวหัวถอกจนแทบจะระเบิดน้ำออกมาให้ได้ ผมพยายามกลั้นไว้เต็มที่ถ้ำพี่ปิ่นรัดแนบแน่นมากๆ พี่ปิ่นยิ่งบีบขาผมยิ่งเสียวสุดๆ ผมปฏิบัติการจู่โจมพี่ปิ่นทั้งบนและล่าง ผมจูบไซ้ซอกคอ บีบเคล้นหน้าอก นั่นทำให้พี่ปิ่นเริ่มส่ายเอวไปมา ผมกอดรัดพี่ปิ่นแน่นด้วยความเสียวที่ได้รับจากการบีบรัดช่องแคมของพี่ปิ่น ผมเริ่มถอนมันออกมาช้า มือซ้ายยังคงรั้งเอวพี่ปิ่นไว้ จากนั้นก็ค่อยๆ ดันมันเข้าไปช้าๆ ผมไม่สามารถทำได้เร็วกว่านี้ เพราะผมต้องพุ่งกระฉูดแน่ๆ ผมดันมันเข้าไปช้าๆ รับรู้ความอบอุ่นซาบซ่านในทีละนิดๆ ที่มันเขยิบเข้าไป เสียงพี่ปิ่นหอบหายใจแรง ใจผมเต้นตุบๆ แทบไม่เป็นจังหวะ ผมไม่เคยรู้สึกเงี่ยนสุดๆ อย่างนี้มาก่อน ตอนนี้พี่ปิ่นไม่ได้หนีบขามากนัก นั่นทำให้ผมค่อยๆ สอดเข้าออกได้สะดวกขึ้น เราส่ายเอวร่อนรับกันอย่างเนิบนาบ แต่มันเต็มไปด้วยความร้อนแรงแห่งอารมณ์ ผมขยับเอวเข้าออกเพียงชั่วครู่ก็รับรู้ว่าพี่ปิ่นเริ่มเกร็งตัว นั่นเป็นสภาพที่ไม่ต่างไปจากผมเท่าไหร่ พี่ปิ่นยกขาขึ้นข้างนึงและแอ่นก้นขึ้น มันทำให้ผมสามารถสอดใส่เข้าไปได้จนมิดด้าม ผมกดมันลงไปแนบแน่นกับโคกเนินพี่ปิ่น รูถ้ำพี่ปิ่นบีบรัดดูดผมตลอดทั้งลำ ผมค่อยๆ สาวออกมาช้าๆ ให้ปลายถอกครูดไปกับผนังถ้ำสวาทที่นุ่มนิ่มชุ่มชื้น “อาาา………..” นี่เป็นเสียงครางครั้งแรกของพี่ปิ่น แล้วผมก็ค่อยๆ ดันมันกลับเข้าไปช้าๆ ทีละนิดๆ ชำแรกผ่านเข้าไปในถ้ำที่รัดแน่น เมื่อผมกดเข้าไปจนสุด พี่ปิ่นก็ตัวเกร็งหนีบขาแน่น ผมรู้สึกถึงการตอดรัดอย่างรุนแรง มันทำให้ผมเสียวจนทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว “พี่ปิ่นครับ….ผม.ผม……” ผมพยายามจะถอนมันออกมาหลั่งข้างนอก แต่พี่ปิ่นกลับเอื้อมมือมาฉุดเอวผมไว้ พร้อมกับแอ่นก้นบดเบียดและส่ายไปมา ถ้ำพี่ปิ่นขมิบรัดและดูดเป็นจังหวะ ในที่สุดผมก็ถะถั่งน้ำเสียวทั้งหมดออกมาอย่างถล่มทลาย ผมรู้สึกว่ามันออกมามากเหลือเกิน เหมือนกับไม่ได้หลั่งมานานนับเดือน ผมกอดซุกไซ้พี่ปิ่นแน่น ส่วนล่างผมยังอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของพี่ปิ่น มันยังไม่อ่อนตัวลงเท่าไหร่นัก พอพักสักครู่ผมก็เริ่มขยับเอวอีก คราวนี้ผมพลิกตัวให้พี่ปิ่นนอนหงายแล้วนอนทาบทับพี่ปิ่นอยู่ ผมรูดชุดนอนพี่ปิ่นออก ได้เห็นเรือนร่างที่สวยงามของพี่ปิ่น อกตระหง่านชูชัน เอวที่คอดกิ่ว หน้าท้องแบนราบ ได้ลิ้มรสปากที่หอมหวาน ได้ดอมดมปทุมถันคู่งาม ครั้งนี้ผมทำพี่ปิ่นอย่างเร่าร้อน เห็นสองเต้าเด้งขึ้นลงตามจังหวะกระแทก หน้างามของพี่ปิ่นบิดเบี้ยวไปมา “พี่ปิ่นครางออกมาสิครับ ปล่อยอารมณ์ออกมาเลย..ผมอยากได้ยินเสียงครางของพี่ปิ่นครับ” ผมกระแทกพี่ปิ่นไม่ยั้ง “อาาาาง………ซี๊ดดดด……” เสียงพี่ปิ่นครางกระเส่าทำให้ผมรู้สึกมันขึ้นไปอีก ผมกระแทกพี่ปิ่นอย่างรุนแรง “อาาา..เจ..เจ………พี่ๆ……อาาา…….” พี่ปิ่นกระตุกเกร็งผวากอดผมแน่น แต่ผมยังไม่เสร็จ ผมให้พี่ปิ่นต่อโดยให้พี่ปิ่นเป็นคนควบโขยกบ้าง พี่ปิ่นครางเสียงดังลั่น นั่นมันยิ่งทำให้เกิดความกระสันต์เร่าร้อนมากขึ้นไปอีก คราวนี้เราจบลงด้วยท่า doggy ผมรู้ว่าพี่ปิ่นเสร็จไปอีกสองครั้ง แต่ผมยังไม่รู้สึกพอ ผมได้โลมเลียเนินเนียนของพี่ปิ่น และท่อนเนื้อของผมก็ได้ชำแรกผ่านปากบางรูปกระจับเข่นกัน คืนนี้เราแทบไม่ได้นอนกันเลย ผมทำพี่ปิ่นทั้งคืนจนกระทั่งเช้า นี่เป็นครั้งเดียวที่ผมได้เล่นเสียวกับพี่ปิ่น และผมไม่มีวันลืมมันไปได้เลย

www.CodeNirvana.in

Copyright © เล่าเรื่องเสียวเรื่องเซ็กส์ ข่มขืน แอบเอา สวิงกิ้ง | Distributed By My Blogger Themes | Designed By Code Nirvana